Breaking Share-Si
Loading...
, ,

ปวดหัวไมเกรน บรรเทาได้ด้วยการหายใจแบบโยคะโดยไม่ต้องพึ่งยา

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


ปวดหัวไมเกรน บรรเทาได้ด้วยการหายใจแบบโยคะโดยไม่ต้องพึ่งยา


โรคยอดฮิตติดลมบนที่มาแรงแซงทางโค้งสำหรับชาวออฟฟิศโดยเฉพาะสาวๆ ก็คงหนีไม่พ้นโรค “ปวดหัวไมเกรน”  ที่เกิดจากความเครียดในการทำงานสะสมทุกวันๆ  เริ่มจากปวดนิดๆ ทานยาบรรเทาอาการปวดเม็ดสองเม็ดก็หาย แต่พอนานวันเข้าเม็ดสองเม็ดก็เอาไม่อยู่ต้องเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นดื้อยา ทำยังไงก็ไม่หาย จนบ้างคนต้องลาป่วยแอดมิดเข้าโรงพยาบาลนอนพักหลายวันจนทำให้เสียงานเสียการทำงานไม่ทัน กลับมาก็ต้องมาลุยงานต่อและอาจจะเครียดมากกว่าเดิมก็เป็นได้ แต่จริงๆ แล้วอาการปวดไมเกรนสามารถบรรเทาได้ด้วยเอง ไม่จำเป็นต้องทานยาเพื่อรักษาอาการปวดเสมอไป ถ้าพึ่งยาก็ต้องพึ่งตลอดไปเพราะโรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายได้ ทำได้เพียงแค่บรรเทาอาการ


ซึ่งวิธีบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรนด้วยตัวเองก็ทำได้ไม่ยาก สามารถทำได้ทันทีที่เริ่มมีอาการปวด ด้วยการฝึกหายใจแบบโยคะโดยการกำหนดลมหายใจหายใจแบบสลับรูจมูกเพื่อปรับสมดุลของลมปราณในร่างกาย โดยเริ่มจากยกมือขวาขึ้นมาใช้นิ้วนางปิดรูจมูกซ้ายหายใจเข้าผ่านรูจมูกขวา ใช้นิ้วโป้งปิดรูจมูกขวาหายใจออกผ่านรูจมูกซ้าย และหายใจเข้าผ่านรูจมูกซ้าย และหายใจออกผ่านรูจมูกขวา และให้ทำสลับกันประมาณ 3 รอบ และนั่งพักหลับตานิ่งๆ สักครู่ ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นก็ให้ทำซ้ำอีกครั้ง

การกำหนดลมหายใจแบบโยคะ จะช่วยทำให้ร่างกายผ่านคลาย หยุดคิด หยุดทำงาน หยุดทุกอย่างแล้วปล่อยให้สมองโล่ง เมื่อทุกอย่างโล่งผ่อนคลายอาการปวดหัวก็จะค่อยๆ ทุเลาบรรเทาลง โดยไม่ต้องใช้ยา แต่ทางที่ดีควรจะวางแผนการทำงานอย่างมีระเบียบลำดับตามความสำคัญ ทำงานด่วนก่อนส่วนงานอะไรที่รอได้ก็ค่อยทำทีหลัง จะได้ไม่เครียด เมื่อไม่เครียดอาหารปวดหัวก็จะไม่เกิด ใช้สติใช้เหตุผลในการทำงานและการใช้ชีวิต อย่าเอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง เพราะอารมณ์เป็นบ่อเกิดของปัญหาทุกอย่างทั้งกับคนกับงานและสุขภาพ เมื่อใจสบายกายก็จะสบายตามไปด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก thailandbestbeauty

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive