Breaking Share-Si
Loading...

หน้าท้องย้วยๆของคุณจะหายไปใน 30 วัน ด้วย Planking Challenge

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


หน้าท้องย้วยๆของคุณจะหายไปใน 30 วัน ด้วย Planking Challenge



พูดถึงเรื่องเวทเทรนนิ่งกับสาวๆดูเหมือนจะเป็นของแสลง กลัวกล้ามขึ้นบ้างล่ะ ไม่มีแรงบ้างล่ะ แต่เราอยากให้สาวๆเข้าใจเสียใหม่ จริงๆแล้ว เวทเทรนด์นิ่งทำได้โดยที่เราใช้น้ำหนักของตัวเองนี่ล่ะ ไม่ต้องไปยกน้ำหนักให้วุ่นวาย แถมผลที่ได้ก็ดีงาม หน้าท้อง หน้าอก แขน กลับมาเฟิร์มพร้อมๆกันด้วยท่านี้ท่าเดียวเลยค่ะ



เรากำลังพูดถึงท่าแพลงกิ้งท่านี้เราจะต้องท้าทายน้ำหนักช่วงกลางลำตัวด้วยการพยุงไว้ด้วยข้อศอกและปลายเท้า ท่าแพลงจริงๆมีหลายท่าทางจะไว้เพิ่มลดความยากง่ายกันไป ส่วนท่าที่เห็นตามรูปนี้คือท่าที่ค่อนข้างอยู่ในระดับกลางๆไม่ยากไม่ง่ายเกินไป


จากรูปนี้จะเห็นได้ว่าการทำท่าแพลงกิ้งที่ดูเหมือนง่ายๆ แต่ให้ผลกับกล้ามเนื้อเกือบทั้งลำตัว โดยเฉพาะกับสัดส่วนที่เป็นปัญหากับสาวๆอยู่เสมอ นั้นก็คือหน้าท้อง ต้นขา เนินอก เพียงแค่ทำท่านี้ท่าเดียวตามตารางก็จะได้กระชับรูปร่างเกือบครบทุกส่วน



ขณะทำท่าแพลงกิ้งให้หาจุดสมดุลซ้ายขวาให้ดี แล้วยกช่วยลำตัวขึ้นมา ให้เป็นเส้นตรง เกร็งหน้าท้องไม่ให้ก้นโก่ง (ไม่งั้นจะไม่ได้ผลนะจ๊ะ) ใช้กระดูกสันหลังเกร็งให้ลำตัวตรง ถ่ายน้ำหนักไปที่แขน หน้าท้อง และช่วงขา แรกๆจะสบายมาก แต่พอผ่าน 15 วินาทีไปเท่านั้นล่ะ รู้เรื่อง



ส่วนนี่คือตารางฝึกที่จะช่วยให้กล้ามเนื้อมีการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจาก 20 วินาที ใครอย่าเปรี้ยวทำเกิน หรือหักโหมเกินไปอาจทำให้กล้ามเนื้ออักเสบและฟื้นตัวนานกว่าเดิม

เพราะดูจากตารางจะเห็นว่ามีวันพักที่เหมาะสมมาให้อยู่แล้ว และเมื่อกล้ามเนื้อพัฒนาตัวเองก็จะทำให้เราทำท่าแพลงกิ้งได้นานขึ้น

เมื่อครบเดือนเราจะต้องชาเลนจ์ตัวเองด้วยการทำท่าถึง 5 นาที ถ้าใครเลยลองทำจะรู้ว่าไม่ง่ายเลย

บทความจาก girlsfriendclub.com 

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive