Breaking Share-Si
Loading...
,

อาหาร...คนไข้โรคมะเร็ง ไม่เป็นก็ทานได้

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


อาหาร...คนไข้โรคมะเร็ง ไม่เป็นก็ทานได้


คนไข้โรคมะเร็ง ควรยึดหลักการเลือกอาหารต้านมะเร็ง และต้องการอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ให้พลังงานและมีโปรตีนสูง อย่างไรก็ดีคนไข้โรคมะเร็งที่ได้รับการรักษา โดยเคมีบำบัด หรือรังสีรักษา มักเกิดผลข้างเคียงจากการรักษา การเลือกอาหารจึงมีรายละเอียดเพิ่มเติมดังต่อไปนี้


1.อาการเบื่ออาหาร ควรให้กินอาหารทีละน้อยๆ เพิ่มความถี่ของมื้ออาหาร ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสหวานจัด หรืออาหารทอดมันๆ ควรกินอาหารที่เย็นแทนอาหารร้อน

ควรกินอาหารแห้ง เช่น ขนมปังปิ้ง ขนมปังแครกเกอร์ ไอศกรีมเชอเบต

2.อาการเป็นแผลในปาก ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัด เช่น ปลาเค็ม ปูเค็ม เนื้อเค็ม หลีกเลี่ยงอาหารรสเปรี้ยวจัด แนะนำให้กินอาหารอ่อน เช่น โจ๊ก ซุป น้ำผลไม้ ไม่เปรี้ยว ชา ไอศกรีมเชอเบต

3.อาการท้องเสีย ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกากใยสงู หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง ถ้าถ่ายมากแนะนำให้ดื่มน้ำเกลือแร่ ผักที่มีกากใยต่ำ เช่น หน่อไม้ฝรั่ง มันฝรั่ง

4.อาการท้องผูก ควรเพิ่มอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ข้าวกล้อง ผัก และผลไม้ รวมทั้งการดื่มน้ำสะอาดมากๆ

5.อาการรับรสและกลิ่น อาหารเปลี่ยนแปลง ควรเพิ่มการแต่งรสและกลิ่นอาหาร โดยการใช้สมุนไพร น้ำมะนาว น้ำผลไม้ และมิ้นต์ เป็นต้น

6.ภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ ซึ่งเป็นภาวะที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอ ทำให้มีโอกาสติดเชื้อง่าย จึงควรกินอาหารที่สะอาด เช่น อาหารที่สุกใหม่ๆ ไม่กินอาหารสุกๆ ดิบๆ อาหารที่เหลือเก็บ ผักและผลไม้ต้องล้างให้สะอาด รวมทั้งการล้างมือให้สะอาดก่อนและหลังกินอาหาร

ภาพและข้อมูลจาก มูลนิธิหมอชาวบ้าน



อาหาร...คนไข้โรคมะเร็งคนไข้โรคมะเร็ง ควรยึดหลักการเลือกอาหารต้านมะเร็ง และต้องการอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ให้พลังงาน...
Posted by มูลนิธิหมอชาวบ้าน on 4 มีนาคม 2016

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive