Breaking Share-Si
Loading...

ทึ่ง! ติ่งเนื้อ จะหายไปด้วยวิธีการนี้ พิสูจน์แล้วว่าได้ผล!

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


ทึ่ง! ติ่งเนื้อ จะหายไปด้วยวิธีการนี้ พิสูจน์แล้วว่าได้ผล!


ติ่งเนื้อ ดูแล้วไม่มีอันตรายอะไร แต่ก็สร้างความน่ารำคาญอย่างนี้ต้องกำจัดสถานเดียว แต่ว่าจะมีวิธีกำจัดติ่งเนื้อแบบไหนบ้างต้องไปดูกัน


วิธีการจัดการติ่งเนื้อด้วยวิธีธรรมชาติและอาจหาได้ในครัวคุณมีดังนี้


1. น้ำมัน Tea tree oil – ปั้นก้อนสำลีเล็กๆชุบน้ำมันTea Tree Oil แปะทิ้งไว้บริเวณที่เป็นวันละ 2 ครั้ง ประมาณ 2 สัปดาห์ ติ่งเนื้อจะหายไป

2. น้ำมันละหุ่ง – นำน้ำมันละหุงผสมกับ Baking Soda อัตราส่วน 2:1 แต้มบริเวณที่เป็นทุกวัน ประมาณ 2-4 สัปดาห์จะหลุดออกเอง หากกลิ่นเหม็นก็เติมน้ำมันผิวส้มก็จะหอมขึ้น

3. แอปเปิ้ลไซเดอร์ – ทาลงที่ก้อนติ่งเนื้อโดยตรงวันละ 2 รอบแล้วเอาสำลีปิดทับไว้ ใช้เวลา 2-4 สัปดาห์ วิธีนี้จะรู้สึกแสบๆกัดๆหน่อย

4. เปลือกกล้วยหอม – ตัดเป็นชิ้นเล็กแปะไว้ด้วยพลาสเตอร์ จนกว่าจะหลุดออก

5. กระเทียม – บดกระเทียมสดและแปะที่ติ่งเนื้อและใช้พลาสเตอร์ปิดทับ ทำก่อนนอนแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นตอนเช้าทำติดกันทุกคืน ประมาณ 3 คืนติ่งเนื้อจะหลุดออก และวิธีนี้ไม่ควรทำเกิน 3 คืนติดกันเพราะจะทำให้ผิวไหมได้

6. ขิง – ลอกเปลือกแล้วถูตรงติ่งเนื้อทุกๆวัน ประมาณ 2 สัปดาห์ จะหลุดออก

7. น้ำสับปะรด – ชุบสำลีปิดที่ติ่งเนื้อวันละ 2 รอบ ประมาณ 1 สัปดาห์จะหายไป

ติ่งนี้เกิดขึ้นได้ยังไง?


ติ่งเนื้อเกิดขึ้นทั้งหญิงและชายพบมากตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไปหรือบางคนเกิดก่อนหน้านั้น พบมากในคนอ้วน เชื่อกันว่าเกิดจากการเสียดสีระหว่างผิวหนังหรือกับเสื้อผ้า บางทฤษฎีบอกว่าเกิดจากฮอร์โมนเนื่องจากพบมากในสตรีระหว่างตั้งครรภ์ ในสหรัฐพบว่าประชากร 46% มีติ่งเนื้อเกิดขึ้นในร่างกายในประชาชนทุกระดับเลยนะคะ

ที่มา hermisthealth 

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive