Breaking Share-Si
Loading...

อยากให้คุณได้อ่าน! เปิดเรื่องเล่าที่ไม่มีใครรู้ "พิมพ์มาดา" เหตุการณ์ระหว่างสัมภาษณ์ 5 วินาที

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


อยากให้คุณได้อ่าน! เปิดเรื่องเล่าที่ไม่มีใครรู้ "พิมพ์มาดา" เหตุการณ์ระหว่างสัมภาษณ์ 5 วินาที


เพจ a day BULLETIN ได้ออกมาเล่าประสบการณ์ระหว่างสัมภาษณ์ พิมพ์มาดา  ดังคำพูดต่อจากนี้ สาวพิมพ์มาดา ได้ยินดีให้สัมภาษณ์เพราะอยากทำอะไรสักอย่างที่ช่วยให้กำลังใจ บอกเล่าเรื่องประสบการณ์อยู่กับมะเร็งอย่างเข้าใจ



สารภาพว่าเราก็ตกใจเหมือนคุณนั่นแหละที่รู้ข่าวว่า ‘พิมพ์’ -พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร ป่วยเป็นมะเร็งรังไข่ในวัย 35 ปี แม้แพทย์จะบอกว่าเธอเป็นในระยะแรก และมีโอกาสสูงที่จะหายเป็นปกติ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นโรคร้ายอย่างมะเร็ง ใครไม่หวั่นไหวก็คงจะใจแข็งผิดคนธรรมดาสามัญไปหน่อย

พิมพ์มาดา หรือ ‘พิมพ์’ ตอบรับการขอสัมภาษณ์กับเราแทบจะในทันทีที่เราติดต่อไป ด้วยเหตุผลว่า ถ้ามีโอกาสได้พูดหรือทำอะไรสักอย่างที่จะช่วยให้กำลังใจ หรือบอกเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์การอยู่กับมะเร็งอย่างเข้าใจ เธอบอกว่าเธอยินดี


เมื่อเราพบหน้ากัน ไม่มีอะไรที่เรารู้สึกว่าพิมพ์คนนี้ได้เปลี่ยนไปเลย เธอยังคงยิ้มแย้มแจ่มใส ร่าเริง โบกไม้โบกมือทักทายคนจำนวนมากที่มารวมอยู่ในสตูดิโอในวันนั้น เนื่องจากมีหลายรายการที่ตามมาเก็บภาพเบื้องหลังการทำงาน ตาคู่โตที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอก็ยังเป็นประกายสดใสเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เราอาจไม่รู้ก็คือ ดวงตาคู่เดิมนี้มองโลกไม่เหมือนเดิม โดยเฉพาะโลกใบเดิมที่เธอเคยเป็นพิมพ์มาดา ที่เรื่องทุกข์ที่สุดในชีวิตคือการอกหัก รักไม่สมหวัง แต่โลกใบที่เธอใช้ชีวิตอยู่ทุกวันนี้ เป็นโลกอีกใบที่ทำให้เธอเข้าใจว่าความทุกข์ที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ และความสุขที่จริงแท้คือความสุขแบบไหน

เราอดคิดไม่ได้ว่า ผู้หญิงสวยคนหนึ่งต้องใช้ความพยายามและความแข็งแกร่งขนาดไหน จึงกล้ามองกระจกที่สะท้อนเงาของผู้หญิงคนหนึ่งที่ไร้เส้นผมโดยสิ้นเชิงหลังจากเข้ารับการรักษาด้วยการให้คีโม อันเป็นภาพที่เธอบอกเราว่า มองอย่างไรก็ไม่สวยสำหรับเธอ แต่ถึงจุดหนึ่ง การปฏิเสธตัวเองก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น สวยหรือไม่อาจไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับว่าคนตรงหน้าคือตัวเองหรือเปล่า ถ้านั่นคือตัวเรา ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเบือนหน้าหนี "เราต้องยอมรับว่านั่นคือตัวเรา ถ้าเราไม่ให้เกียรติตัวเอง แล้วใครจะให้เกียรติเรา" แน่นอนว่าการคิดอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับใคร โดยเฉพาะสำหรับเธอที่ยอมรับว่า กรีดร้องแทบคลั่งที่เห็นผมตัวเองร่วงเป็นกระจุกๆ


ภาพของพิมพ์มาดาที่ยิ้มโดยไร้เส้นผม และถูกส่งต่อในโลกโซเชียลมีเดีย อาจเป็นภาพที่คุณอาจบอกกับตัวเองว่า เธอก็สดใสดีนี่นา ดูเหมือนไม่เป็นอะไร แต่ความเป็นจริงแล้ว พิมพ์เล่าให้เราฟังว่า ก่อนเธอจะโกนศีรษะจนหมด เธอโกนทั้งน้ำตา ร้องไห้ไป ยิ้มไป หัวเราะไป ภาพเดียวที่เราเห็นเทียบไม่ได้เลยกับทุกชั่วขณะที่เธอผ่าน

คำว่าแข็งแกร่งสำหรับเธอ ก็คงเหมือนที่เธอบอกเรา "คือการยอมรับในสิ่งที่เรากลัวที่สุดได้"

ระหว่างการสัมภาษณ์ พิมพ์บ่นว่าร้อน และความร้อนที่ทรมานที่สุดก็มาจากวิกผมยาวที่เธอใส่อยู่ แล้วในวินาทีที่ไม่มีใครคาดคิด เธอก็ขอถอดวิกนั้นออก...พร้อมกับหยิบกระดาษทิชชูไปซับเหงื่อ "เฮ้อ สบายละ" แล้วเธอก็ยิ้มกว้างตาเป็นประกายเหมือนเดิม

นั่นคือช่วงเวลาประมาณไม่ถึง 5 วินาที ที่ทีมงานของเราอึ้งและเงียบกริบเหมือนโลกหยุดหมุน แต่แล้วรอยยิ้มกับเสียงหัวเราะร่าเริงของเธอก็ทำให้โลกของเราหมุนอีกครั้ง พร้อมกับการสัมภาษณ์ที่ดำเนินต่อไป

เสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ เราขอกอดเธอแน่นๆ ไม่รู้จะพูดอะไร รู้แต่...โลกของเราก็เปลี่ยนไปแล้วเช่นกัน

ติดตามบทสัมภาษณ์ในช่วงเวลาแสนพิเศษนี้ได้ใน adB ฉบับที่ 402 แจกแล้ววันนี้!

หยิบฟรีที่จุดแจก BTS/MRT และร้านกาแฟชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ

ขอบคุณบทความจาก a day BULLETIN

Advertisements


Advertisements
Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive