Breaking Share-Si
Loading...

สูตรยาโบราณ หัวปลีกล้วยน้ำว้าย่างไฟ ต้มน้ำดื่มแก้เบาหวาน

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


สูตรยาโบราณ หัวปลีกล้วยน้ำว้าย่างไฟ ต้มน้ำดื่มแก้เบาหวาน


หัวปลีกล้วยน้ำว้าแก้เบาหวาน ให้ลดการทาน เค็ม มัน หวาน ด้วยนะครับ
สรรพคุณทางยา ยาง สมานแผลห้ามเลือด ผลดิบกินแก้ท้องเสีย ผลสุกเป็นยาระบาย หัวปลี แก้โรคเกี่ยวกับ ลำไส้ แก้โรคโลหิตจาง ลดน้ำตาลในเส้นเลือด

ปู่ย่าตายายคนเก่าคนแก่เขาแนะนำว่าผู้หญิงจะให้หน้าอกโตเต่งตึ่งต้องกินหัวปลีของกล้วยน้ำว้า ถ้าเป็นแม่ลูกอ่อนจะมีน้ำนมดี กินหัวปลีน้ำนมไหลดี หน้าอกก็เต่งตึง กินได้ทั้งแบบดิบและสด แบบดิบก็จะนำมาปรุงในรูปของผักที่เป็นเครื่องเคียง เช่นในผัดไทย รสชาติจะฝาดๆแต่ถ้านำไปปรุงให้สุก ไม่ว่าจะเป็นต้มยำหัวปลี แกงไก่ใส่หัวปลี รสชาติจะนุ่ม มีรสหวานนิดๆอร่อยดีในเรื่องประโยชน์ของหัวปลีนั้นก็มีหลายอย่าง เช่นถือว่าเป็นอาหารบำรุงน้ำนมของผู้หญิงที่กำลังมีลูก

ฉะนั้นคุณแม่ลูกอ่อนที่ให้นมลูกก็ควรจะกินอาหารที่มีหัวปลีเป็นส่วนประกอบให้มากๆระหว่างที่ยังให้นมลูก และนอกจากนั้นยังมีแร่ธาตุอย่างธาตุเหล็กบำรุงเลือด ป้องกันโลหิตจาง และลดน้ำตาลในเลือดมีการวิจัยพบว่าในหัวปลีด้วยนั้นยังช่วยรักษาโรคกระเพาะได้ด้วย”


หัวปลีกล้วยน้ำว้ากับสูตรแก้โรคเบาหวาน


มีวิธีทำรับประทานเองแบบง่าย ๆ คือให้เอาหัวปลีกล้วยน้ำว้าเท่านั้น หัวปลีจากกล้วยชนิดอื่นใช้ไม่ได้ จำนวน 1 หัว ย่างไฟให้เปลือกชั้นนอกไหม้เกรียมแล้วต้มกับน้ำ กะจำนวนพอเหมาะจนเดือดดื่มต่างน้ำทั้งวันให้หมดหม้อวันละ 1 หัว จนครบ 7 วัน

หากคนที่เป็นเบาหวานดื่มแล้วถูกทางยาดื่ม 1-2 วันแรกจะมีอาการรู้สึกปวดเมื่อยตามร่างกายแทบทนไม่ไหวแสดงว่ายานี้ได้ผล ต้มดื่มจนครบ 7 วัน ตามที่บอกข้างต้น โรคเบาหวานจะดีขึ้นและหายได้ สามารถต้มดื่มได้เรื่อย ๆ แต่ไม่จำเป็นต้องทุกวันเหมือนครั้งแรก

แต่หากใครที่เป็นเบาหวานต้มดื่ม 3 วัน ไม่มีอาการตามที่กล่าวข้างต้น แสดงว่าไม่ได้ผล ไม่ถูกทางยา ใช้สูตรนี้ไม่ได้ เลิกต้มดื่มได้เลย สูตรนี้เป็นสูตรโบราณ แนะนำเป็นวิทยาทาน ใครเป็นเบาหวานทดลองดูไม่มีอันตรายอะไร

ขอบคุณข้อมูลจาก...หมอชาวบ้าน / ศูนย์รวมความรู้การเกษตร

Advertisements


Advertisements
Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive