Breaking Share-Si
Loading...

เตือน “ผู้ป่วยไต” ห้ามกินมะเฟือง เสี่ยงต่ออาการไตวายเฉียบพลัน

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements



เตือน “ผู้ป่วยไต” ห้ามกินมะเฟือง เสี่ยงต่ออาการไตวายเฉียบพลัน


“หมอรามา” เตือน “ผู้ป่วยไต” หลีกเลี่ยงการรับประทานมะเฟือง ชี้เสี่ยงต่ออาการไตวายเฉียบพลัน เหตุมีปริมาณกรดออกซาลิคสูง


รศ.นพ.ม.ล.ชาครีย์ กิติยากร อายุรแพทย์ หน่วยโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มะเฟืองเป็นผลไม้เขตร้อนที่คนไทยนิยมรับประทาน โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีความนิยมและโฆษณาสรรพคุณว่า สามารถลดน้ำตาลได้และดีต่อผู้ป่วยเบาหวานนั้น จากการทบทวนงานวิจัยยังไม่พบงานวิจัยที่สนับสนุนในเรื่องดังกล่าวมากนัก แต่พบว่ามีข้อควรระวังในการรับประทานมะเฟือง โดยเฉพาะกับผู้ป่วยโรคไต การรับประทานมะเฟืองสามารถทำให้เกิดอาการไตวาย และส่งผลกระทบต่อสมองทำให้เกิดภาวะชักได้ เพราะในมะเฟือง โดยเฉพาะมะเฟืองชนิดเปรี้ยวจะมีสารบางชนิดที่ผู้ป่วยโรคไตไม่สามารถขับออกจากร่างกายได้        
         


“ผลการศึกษาพบว่า ในมะเฟืองเปรี้ยวจะมีปริมาณกรดออกซาลิคมากกว่ามะเฟืองชนิดหวาน ซึ่งในผู้ป่วยโรคไต โดยเฉพาะระยะ 4-5 ที่ต้องฟอกไตแล้ว จะไม่สามารถขับสารชนิดนี้ได้ ทำให้แม้แต่การกินเพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลต่อสมองได้ ทำให้สะอึก ซึมและชักได้ ส่วนผู้ป่วยไตระยะปานกลาง หากรับประทานมากเกินไป ก็ทำให้เกิดอาการได้เช่นกัน และจะทำห้ไตเสื่อมลง จึงเป็นกลุ่มที่ต้องระวัง ส่วนคนทั่วไปสามารถรับประทานได้ แต่ต้องไม่มากจนเกินไป” รศ.นพ.ม.ล.ชาครีย์ กล่าว

นอกจากนี้ รพ.รามาฯ เคยพบผู้ป่วยที่มีอาการไตวายเฉียบพลันจากมะเฟือง 2-3 ราย โดยพบว่า รายหนึ่งมีอาการไตอยู่ก่อน ส่วนอีกรายอายุประมาณ 20 ปี ได้ดื่มน้ำคั้นสดของมะเฟืองประมาณ 1ลิตร ทำให้ปัสสาวะไม่ออก เมื่อตรวจได้พบตะกอนออกซาเลตในไต โดยในประเทศแถบเอเซียก็พบกรณีลักษณะดังกล่าวเช่นกัน และมีงานวิจัยจากประเทศไตหวัน ที่ทำในหนูทดลองพบว่าทำให้เกิดนิ่วในไต อย่างไรก็ตาม การรับประทานมะเฟืองในคนทั่วไปสามารถทำได้ แต่ควรระวังในผู้ป่วยไต และผู้สูงอายุ เพราะอาจมีโรคไตหรือความเสื่อมของไตมากกว่าคนปกติ

ข้อมูลดีๆจาก thaihealth

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive