Breaking Share-Si
Loading...

สุดทึ่ง ! 10 ประโยชน์ของ น้ำยาบ้วนปาก ที่คุณอาจไม่เคยรู้

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


สุดทึ่ง !! ประโยชน์ของ น้ำยาบ้วนปาก ที่คุณอาจไม่เคยรู้..แถมช่วยรักษาอาการนี้ให้หายได้อย่างน่าอัศจรรย์!


1. กำจัดกลิ่นรักแร้: แค่เทน้ำยาบ้วนปากลงบนสำลี เช็ดเบาๆใต้วงแขน ได้ผลลัพธ์ดีกว่าโรลออนดับกลิ่นทั้งหลายมากมาย

2. รักษาโรคเหน็บชา (beriberi): เพียงแค่แช่เท้าในน้ำยาบ้วนปากวันละครึ่งชั่วโมงทุกวัน จะสามารถช่วยรักษาอาการเหน็บชาได้ และสามารถเติมน้ำส้มสายชูลงไปด้วยเพื่อให้ผลลัพธ์ดีกว่าเดิม

3. ทำความสะอาดห้องน้ำ: เทมันลงในชักโครกเพื่อทำความสะอาด สามารถช่วยขจัดกลิ่นเหม็น ทำให้ชักโครกของคุณดูเหมือนใหม่อีกครั้ง

4. ทำความสะอาดแผล: ถ้าได้รับแผลบาดเจ็บโดยไม่ระวัง สามารถเทน้ำยาบ้วนปากลงบนสำลี แล้วใช้เช็ดปากแผลได้ สามารถช่วยฆ่าเชื้อโรค

5. กำจัดรังแค: หมักผมด้วยน้ำยาบ้วนปาก โดยให้สัมผัสกับหนังศีรษะ ใช้ผ้าขนหนูพันไว้ จะได้ผลดีที่คุณคาดไม่ถึง

6. กำจัดเห็บ (flea): แค่ใช้น้ำยาบ้วนปากอาบน้ำให้สุนัข หรือฉีดไปบนตัวมัน ได้ผลลัพธ์ดีกว่าผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บหลายเท่าตัว

7. ใช้เช็ดหน้า: ใช้เช็ดหน้าเช้าเย็น สามารถช่วยลดการเกิดสิว หรือรักษาอาการสิวได้

8. ใช้แช่แปรงสีฟัน: บนแปรงสีฟันมีแบคทีเรียตกค้างอยู่มากมาย การแช่แปรงสีฟันในน้ำยาบ้วนปากจะช่วยกำจัดแบคทีเรียได้

9. ใช้เช็ดหน้าจอคอมพิวเตอร์: น้ำยาบ้วนปากมีประสิทธิภาพในการลบรอยนิ้วมือและคราบ ทำให้สิ่งสกปรกไม่สามารถเกาะติดได้ง่าย

10. กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์: เพียงแค่เทน้ำยาบ้วนปากเพียงเล็กน้อยลงบนกระดาษทิชชู แล้วใส่ไว้ในถังขยะ ก็สามารถทำให้กลิ่นแปลกๆหายไปได้

น้ำยาบ้วนปาก Listerine มีส่วนผสมที่ช่วยในการกำจัดแบคทีเรีย หลังจากนี้นอกจากใช้บ้วนปากแล้ว ยังสามารถลองเอามาใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้อีก! ทั้งสามารถประหยัดเงิน และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้ ไม่เลวป่ะ!

ข้อมูลจาก http://www.liekr.com/post_142165.html

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive