Breaking Share-Si
Loading...

3 สมุนไพรไทย วิธีปฐมพยาบาลเมื่อโดน "ตะขาบกัด" ได้ผลดีจริง

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


รู้ไว้ใช่ว่า?! 3 สมุนไพรไทย วิธีปฐมพยาบาลเมื่อโดน "ตะขาบกัด" ได้ผลดีจริง!


ปฐมพยาบาลก่อถึงโรงพยาบาล ช่วยได้เยอะค่ะ


วิธีปฐมพยาบาลเมื่อโดน "ตะขาบกัด" ได้ผลดีจริง


ในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ สิ่งที่เรามักจะได้เห็นบ่อยๆคือ สัตว์เลื้อยคลาน ไม่ว่าจะเป็น งู ตะขาบ ไส้เดือน กิ้งกือ ซึ่งล้วนเป็นสัตว์ที่หลายๆคนเกลียดกลัวด้วยกันทั้งสิ้น ด้วยรูปลักษณ์อันน่ากลัวน่าขยะแขยง แถมสัตว์เหล่านี้ส่วนใหญ่จะมีพิษที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์อีกด้วย

ที่เราพบเห็นได้ง่ายที่สุดในตอนนี้คือ "ตะขาบ" พบเห็นได้ตามในห้องน้ำหรือที่ชื้นๆของบ้าน ตะขาบก็มีพิษไม่น้อย หากโดนกัดจะทำให้ปวดแสบปวดร้อน หากใครแพ้ก็อาจทำให้ผิวหนังไหม้เลยก็ได้ วันนี้ไข่เจียวได้นำวิธีรับมือหากโดนเจ้าตะขาบกัดมาฝากกันค่ะ จะต้องทำอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย

อาการเบื้องต้นหากโดนพิษของตะขาบ


พิษของตะขาบมีสารที่ทำให้เกิดการอักเสบรุนแรง จะมีอาการปวดแสบปวดร้อน บวมแดง อักเสบ ซึ่งหากมีอาการอักเสบมากๆจะทำให้เลือดไม่ไปหล่อเลี้ยงบริเวณนั้น ส่งผลให้เนื้อตาย อาจต้องตัดทิ้ง

วิธีแก้พิษจากตะขาบกัดด้วยสมุนไพร


เริ่มต้นด้วยการทำความสะอาดบาดแผลให้สะอาด จากนั้นจึงทานยาแก้ปวดตามเพื่อระงับอาการปวด แล้วจึงทำการรักษาด้วยสมุนไพร ซึ่งสมุนไพรที่นิยมนำมารักษามีดังนี้

1) ตะขาบบิน

นำใบสดมาตำให้ละเอียด ผสมกับเหล้าหรือน้ำซาวข้าว จากนั้นกรองแยกน้ำกับกาก แล้วจึงนำน้ำมาทาบริเวณแผล นำกากที่เหลือมาพอกแผลทิ้งไว้ จะช่วยแก้พิษตะขาบและช่วยลดอาการบวมได้อีกด้วย

‍‍2) ตำลึง‍‍

นำใบตำลึงมาตำให้ละเอียด แล้วนำไปผสมเหล้าขาว จากนั้นนำไปพอกแผลทิ้งไว้จะช่วยถอนพิษตะขาบได้อย่างดีเลยทีเดียว

3) ขิงแก่

นำขิงแก่มาตำให้ละเอียด จากนั้นนำไปผสมกับเหล้าขาว แล้วนำไปพอกทิ้งไว้บริเวณที่ถูกตะขาบกัด สามารถถอนพิษตะขาบและช่วยบรรเทาอาการปวดได้

ไม่ยากเลยใช่มั้ยละคะ หากคุณหรือคนใกล้ตัวโดนตะขาบกัดก็ไม่ต้องตกใจ ตั้งสติและปฐมพยาบาลตามวิธีที่นำมาฝาก รับรองว่าได้ผลดีเยี่ยมเลยละค่ะ ความรู้ดีๆแบบนี้แชร์ด่วนเลยจ้า เพราะช่วงนี้ตะขาบเยอะนะ

ข้อมูลและภาพจากkaijeaw

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive