Breaking Share-Si
Loading...

เคล็ดลับต้มไข่! สุกแค่ไหนใช้เวลาเท่าไหร่รับรองต้มออกมาถูกใจแน่นอน

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements



ดูกันชัดๆ ทำ ไข่ต้ม อย่างไร ให้ออกมาโดนใจเราที่สุด

การต้มไข่ได้สุกพอดีและถูกใจเรานั้น มันต้องอาศัยความชำนาญและเซ้นส์ในการทำอาหารที่ดีเล็กน้อย เพราะจริงๆ แล้วรสนิยมในการกินไข่ต้มของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนกินสุกมากหรือบางคนกินแบบเป็นยางมะตูม ฉะนั้น จึงมีโอกาสสูงที่ช่วงแรกๆ คุณอาจต้องลองผิดลองถูกหลายครั้งถึงจะต้มไข่ออกมาได้ถูกใจ


     สังเกตกันบ้างไหมว่าบางทีเราก็ต้มไข่เสร็จออกมาแล้วสุกมาไปจนเคี้ยวแล้วแห้งคอหรือบางทีก็ต้มแบบสุกนอกดิบใน ไข่แดงจะเยิ้มไปไหนเนี่ย


  แล้วมันเกิดขึ้นได้ยังไงกันนะ?


     คำตอบก็คือ ไข่แดงและไข่ขาวจะสุกในระดับความร้อนที่แตกต่างกัน โดยไข่ขาวจะสุกได้พอดีก็ต่อเมื่อได้รับความร้อนที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส แต่สำหรับไข่แดงจะสุกเมื่อได้รับความร้อนที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียสเท่านั้น

     เชฟท่านหนึ่งได้ค้นพบความลับการต้มไข่ให้สุกสวยเพอร์เฟ็กต์สุดๆ และได้เผยแพร่มันออกมาให้คนทั้งโลกได้รู้ ซึ่งสิ่งที่เขาทำก็คือ การทดลองวัดระดับความสุกของไข่ต้มที่ใช้เวลาต้มที่แตกต่างกันไป โดยเริ่มจากการนำไข่ไก่หลายๆ ใบไปแช่ไว้ในน้ำก่อนนำไปต้มเป็นเวลา 30 วินาที เมื่อครบเวลาก็ทำการต้มไข่ จากนั้นก็ตักไข่ออกจากหม้อไปไว้ในน้ำเย็นทันทีเพื่อไม่ให้ไข่สุกต่อไปอีก ซึ่งการทดลองครั้งนี้เขาได้ตักไข่ออกทีละใบ ในระยะเวลาที่ต่างกันใบละ 2 นาที ซึ่งหน้าตาของไข่แต่ละฟองจะเป็นยังไง มาดูกัน

     ไข่ที่อยู่ชั้นบนฝั่งซ้ายจากภาพ เชฟใช้เวลาต้ม 1 นาที ซึ่งใช้เวลาน้อยที่สุด ไข่จึงมีลักษณะเป็นน้ำเหลวๆ ดิบอยู่เลย ไล่เรียงระดับความต้มสุกของไข่แต่ละฟองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงไข่ใบสุดท้ายที่ใช้เวลาต้มนานถึง 15 นาทีแล้วไข่ก็สุกจนแข็ง และแน่นอนว่าสิ่งที่เชฟเผยแพร่ออกมานั้น เพื่อนๆ ก็สามารถนำไปต้มไข่ตามสไตล์ที่ชอบได้แบบไม่ต้องทดลองเองหลายๆ รอบให้เสียอารมณ์กันเลย

ขอบคุณข้อมูลจาก http://news.thaiza.com/news/345884/

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive