Breaking Share-Si
Loading...

อันตรายมาก! เพราะอะไรถึงห้ามจับลูกโยนขึ้นสูงๆ อ่านจบแล้ว จะไม่อยากทำอีกเลย

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


เพราะอะไรถึงห้ามจับลูกโยนขึ้นสูงๆ อ่านจบแล้ว จะไม่อยากทำอีกเลย!


เห็นผู้ใหญ่หลายๆคนชอบจับลูกโยนขึ้นสูงๆ แกว่งบ้างโยกบ้าง เห็นลูกหัวเราะชอบใจก็นึกว่าชอบ แต่จริงๆแล้วการกระทำเหล่านี้เป็นอันตรายกับสมองของลูกเราได้นะคะ เชื่อว่าพ่อแม่หลายๆคนยังไม่เคยรู้จักโรค Shaken Baby Syndrome เวลาที่เล่นกับลูกแบบนี้อาจทำให้ลูกได้รับบาดเจ็บขั้นรุนแรงได้ ต้องระวังอย่างมากเลยละค่ะ!



Photo By obrinillustration.com

“Shaken Baby Syndrome” คืออะไร?

โดยส่วนมากโอกาสจะเกิดกับเด็กที่ต่ำกว่า1ขวบ พบบ่อยในช่วงอายุ3-8เดือน Shaken Baby Syndromeเกิดจากการเขย่าเด็กไปมาอย่างรุนแรง จนเกิดการกระทบกระเทือนทางสมอง จนทำให้ตาบอด เป็นอัมพาต ชักกระตุกหรืออาจถึงขั้นเสียชีวิต

ทำไมเด็กถึงได้รับอันตรายจากการถูกเขย่าแรงๆได้ง่าย?

เพราะสมองของเด็กมีน้ำหนักถึง1ใน4ของน้ำหนักตัว บวกกับน้ำในสมองเยอะกว่าเนื้อสมอง สมองจึงมีความนิ่มเปราะบาง กว่าของผู้ใหญ่ ประกอบกับกล้ามเนื้อคอยังไม่แข็งแรงพอที่จะประคองศีรษะเองได้ ฉะนั้นเวลาถูกเขย่าสมองจะเคลื่อนไปมาจนทำให้เส้นเลือดที่เชื่อมต่อจากสมองไปส่วนต่างๆขาดได้ ทำให้มีเลือดออกในสมองและผลกระทบอื่นๆตามมาดังที่กล่าวไว้ข้างต้น

Photo By faqs.org

6 พฤติกรรมที่ผู้ใหญ่ควรหลีกเลี่ยง


1. อุ้มเด็กขึ้นโดยจับใต้รักแร้ แล้วเขย่า/แกว่งไปมา

2. หลีกเลี่ยงการเล่นที่ต้องโยนรับเด็กขึ้นลง

3. ถ้าให้เด็กนั่งบนตักหรือนั่งบนไหล่ ต้องระวังไม่ให้เด็กล้มตัวลงไปด้านหลังอย่างกระทันหัน

4. หลีกเลี่ยงการกอด/อุ้มเด็กแล้วหมุนตัวอย่างรวดเร็ว

5. เวลาอุ้มเด็กต้องใช้มือประคองศีรษะลูกไว้เสมอ

6. เวลานั่งรถเดินทางไปไหนก็ควรระวัง ไม่ให้ช่วงศรีษะของลูกต้องเหวี่ยงไปมา


บทส่งท้าย

เวลาดูแลเด็กไม่ว่าจะยังไงก็ไม่ควรเขย่าเด็ก และควรบอกกับพี่เลี้ยงญาติพี่น้องใกล้ชิด ให้ได้รู้ถึงผลกระทบที่จะตามมาด้วย ถ้าไม่ระวังเกิดเขย่าเด็กแรงขึ้นมา แล้วเด็กมีอาการผิดปกติไป เช่น ร้องไห้ไม่หยุด เซื่องซึม ชักกระตุก อาเจียน ควรรีบพาเด็กไปหาหมอและตรวจอย่างละเอียดโดยทันที บทความดีๆมีประโยชน์แบบนี้อย่าลืมเชร์กันต่อๆไปนะคะ


ข้อมูลดีๆจาก... คลับของพ่อแม่มือใหม่ Mommylove



Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive