Breaking Share-Si
Loading...

เคล็ดลับ วิธีแก้ข้อศอกดำ-หัวเข่าด้าน จากวัตถุดิบบ้านๆหาได้ในตู้เย็น

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


เคล็ดลับ วิธีแก้ข้อศอกดำ-หัวเข่าด้าน จากวัตถุดิบบ้านๆ


สำหรับสูตรแก้ข้อศอกดำ-หัวเข่าด้านนั้น ขอบอกเลยว่าต้นทุนความสวยในครั้งนี้น้อยมากๆ เพราะวัตถุดิบที่เราจะแนะนำบางอย่างนั้นสามารถหาได้จากตู้เย็นของคุณนั่นเองค่ะ


สูตรที่ 1 น้ำมะนาว วัตถุดิบหาง่าย เพราะหลายคนอาจมีติดตู้เย็นอยู่แล้ว เนื่องจากในน้ำมะนาวนั้นมีกรดซิตริกอยู่ในตัว และกรดซิตริกเองก็มีสรรพคุณเป็นสารฟอกขาวตามธรรมชาติ ดังนั้นเมื่อทาน้ำมะนาวที่ศอกจะช่วยให้ผิวที่ศอกดูขาวขึ้น

สำหรับวิธีทำก็ง่ายๆ เพียงแค่นำมะนาวลูกใหญ่มาผ่าครึ่งเป็น 2 ซีก จากนั้นนำมาขัดบริเวณข้อศอก หัวเข่า หรือบริเวณที่หยาบกร้านเบาๆ ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จากนั้นทาครีมบำรุงปิดท้ายค่ะ สูตรนี้ควรทำสัปดาห์ละ 3 - 4 ครั้ง เพียงเท่านี้หัวเข่าและข้อศอกของคุณจะค่อยๆกลับมาขาวและเนียนนุ่มมากขึ้นค่ะ

สูตรที่ 2 มะขามเปียก นี่ก็วัตถุดิบในครัวที่ต้องมีกันแทบทุกบ้านเช่นกันค่ะ เพียงแค่นำเอามะขามเปียกมาขยำกับน้ำนิดหน่อย จากนั้นก็นำมาขัดเบาๆตามช้อศอก หัวเข่า และส่วนที่แห้งกร้านอื่นๆ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด จากนั้นทาครีมบำรุงปิดท้ายค่ะ

สูตรที่ 3 น้ำตาลทราย + เบบี้ออยล์ สูตรนี้ทำได้ไม่ยากเช่นเดียวกันค่ะ เพียงแค่นำเอาน้ำตาลทรายไปผสมกับเบบี้ออยล์ เมื่อเข้ากันดีแล้วก็นำมาขัดเบาๆบริเวณหัวเข่าและข้อศอกแล้วทิ้งไว้สัก 15 นาที จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำอุ่น แล้วตามด้วยการทาครีมบำรุงผิวค่ะ

สูตรที่ 4 น้ำมะนาว + โยเกิร์ต เพียงแค่นำเอาน้ำมะนาวประมาณ 1 ลูก ไปผสมกับโยเกิร์ต 1 ถ้วย เมื่อผสมเข้ากันดีแล้ว ก็นำมาขัดหรือนวดเบาๆบริเวณผิวที่ดำคล้ำ ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด เช็ดให้แห้งแล้วทาครีมบำรุงผิวตาม

สูตรที่ 5 น้ำส้มสายชู + โยเกิร์ต เพียงแค่นำเอาน้ำส้มสายชูจำนวน 1 ช้อนชา ไปผสมกับโยเกิร์ต 1 ถ้วย คนส่วนผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำไปทาที่ศอก หัวเข่า ขัดวนเป็นวงกลม แล้วทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จากนั้นทาครีมบำรุงให้ผิวชุ่มชื้น

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive