Breaking Share-Si
Loading...

"ลงทะเบียนคนจน" เพื่อที่รัฐจะได้จัดสวัสดิการต่าง ๆ ลงไปให้ถึงมือผู้ที่มีรายได้น้อยได้

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


"ลงทะเบียนคนจน" เพื่อที่รัฐจะได้จัดสวัสดิการต่าง ๆ ลงไปให้ถึงมือผู้ที่มีรายได้น้อยได้

เปิดแล้ว!!”โครงการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยเพื่อรับสวัสดิการของรัฐ”

ได้รับความสนใจอย่างมากสำหรับ "โครงการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยเพื่อรับสวัสดิการของรัฐ" หรือที่บางคนอาจเรียกว่า "ลงทะเบียนคนจน" เพื่อที่รัฐจะได้จัดสวัสดิการต่าง ๆ ลงไปให้ถึงมือผู้ที่มีรายได้น้อยตรงกลุ่ม หลังจากพบว่ามาตรการการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน เช่น ใช้ไฟฟ้าฟรี รถเมล์ฟรี รถไฟฟรี เพื่อช่วยคนจนนั้นไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่แท้จริง เพราะคนที่มีรายได้ หรือคนรวยก็มาร่วมใช้บริการด้วย



ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย ใครมีสิทธิ์บ้าง??


 สำหรับผู้ที่จะไปลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย ต้องตรวจสอบว่ามีคุณสมบัติตามนี้หรือไม่
          1. มีสัญชาติไทย
          2. อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป โดยต้องเกิดก่อนวันที่ 16 สิงหาคม 2541
          3. เป็นผู้ว่างงาน หรือมีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทในปี 2558
          หมายเหตุ : รายได้ หมายถึงรายได้ของบุคคลที่ลงทะเบียนเท่านั้น ในกรณีประกอบอาชีพร่วมกันทั้งครัวเรือน (เช่น ทำการเกษตรร่วมกัน) และไม่สามารถแยกรายได้ออกมาเป็นรายบุคคลได้ ให้ถือว่า รายได้ของครัวเรือนเป็นรายได้ของหัวหน้าครอบครัวแต่เพียงคนเดียว

 ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย ต้องเปิดเผยข้อมูลอะไรบ้าง??

 ผู้ลงทะเบียนจะต้องยินยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับทรัพย์สินและหนี้สินที่มีอยู่ เช่น
          - รายได้ (เงินเดือน/เงินฝากธนาคาร/สลากออมทรัพย์/พันธบัตร/หุ้น ฯลฯ)
          - การถือครองทรัพย์สิน (ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง/รถยนต์/จักรยานยนต์ ฯลฯ)
          - หนี้สินคงค้างทั้งหมด (เงินกู้ในระบบ/เงินกู้นอกระบบ/หนี้บัตรเครดิต/หนี้เพื่อการศึกษา/หนี้เพื่อการเกษตรหรือประกอบธุรกิจ/หนี้เพื่อการอุปโภค-บริโภค/หนี้เพื่อซื้อบ้านและที่ดิน ฯลฯ)
ทั้งนี้การเปิดเผยทรัพย์สิน-หนี้สินดังกล่าว เพื่อให้รัฐบาลมีข้อมูลไว้ใช้ทำสวัสดิการที่เหมาะสมต่อไป

เปิดลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย หรือลงทะเบียนคนจน ถึงวันไหน?

โครงการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยเพื่อรับสวัสดิการของรัฐ เปิดให้ประชาชนเริ่มลงทะเบียนในวันที่ 15 กรกฎาคม-15 สิงหาคม 2559 อย่างไรก็ตามหากใครมาลงทะเบียนไม่ทันก็ต้องรอในปีถัดไป ซึ่งรัฐจะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1-30 กันยายนของทุกปี

ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยได้ที่ไหนบ้าง?

ผู้มีสิทธิ์สามารถลงทะเบียนได้ 3 แห่งคือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.),ธนาคารออมสิน, ธนาคารกรุงไทย

หลักฐานที่ต้องใช้ในการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย?
ใช้เพียงบัตรประจำตัวประชาชนใบเดียว

วิธีลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย?

การลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยมี 2 วิธี


วิธีที่ 1 กรอกแบบลงทะเบียน ณ ธนาคาร ให้ดำเนินการดังนี้
1. ยื่นบัตรประชาชนให้แก่เจ้าหน้าที่ของธนาคาร
2. รับแบบลงทะเบียนจากเจ้าหน้าที่ธนาคาร แล้วกรอกแบบลงทะเบียนพร้อมทั้งลงลายมือชื่อด้วยตนเอง
3. เจ้าหน้าที่ธนาคารจะให้เอกสาร (เป็นหางตั๋วแผ่นเล็ก ๆ) ให้ผู้ลงทะเบียนเก็บไว้เพื่อเป็นหลักฐานการลงทะเบียน

วิธีที่ 2 กรอกแบบลงทะเบียนจากสถานที่อื่น แล้วจึงนำมายื่นที่ธนาคาร ให้ดำเนินการดังนี้
          1. ดาวน์โหลดแบบลงทะเบียนจากเว็บไซต์ของกระทรวงการคลัง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน หรือธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
          2. กรอกแบบลงทะเบียนพร้อมทั้งลงลายมือชื่อด้วยตนเอง
          3. ติดต่อที่สาขาของธนาคาร โดยยื่นบัตรประชาชนพร้อมทั้งแบบลงทะเบียนตามข้อ 2 ให้แก่เจ้าหน้าที่ของธนาคาร
          4. เจ้าหน้าที่ธนาคารจะให้เอกสาร (เป็นหางตั๋วแผ่นเล็ก ๆ) ให้ผู้ลงทะเบียนเก็บไว้เพื่อเป็นหลักฐานการลงทะเบียน

แบบฟอร์มลงทะเบียนคนจน



เมื่อลงทะเบียนไปแล้ว กรมสรรพากรจะเป็นผู้จัดเก็บข้อมูลไว้ และตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป ผู้ลงทะเบียนสามารถเข้าไปตรวจสอบผลการลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร โดยกรอกหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนของตนเองเข้าไป

          ทั้งนี้ รัฐบาลระบุว่าการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยจะช่วยให้รัฐบาลมีข้อมูลที่ถูกต้องและจะนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการจัดสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างเหมาะสมต่อไป เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยอย่างยั่งยืน

ข้อมูจาก http://www.thaijobsgov.com/jobs=71072

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive