Breaking Share-Si
Loading...

ทึ่ง! วิธีแก้แบตเตอร์รี่เสื่อม ทำเองง่ายๆ ไม่ต้องเสียตังค์ซื้อแบตใหม่

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


ทึ่ง! วิธีแก้แบตเตอร์รี่เสื่อม ทำเองง่ายๆ ไม่ต้องเสียตังค์ซื้อแบตใหม่


แบตเสื่อม ทำยังไง มาดูวิธีการ แก้ไขให้แบตกลับมาใช้ได้อีก, สำหรับ แบตที่ ยังไม่บวม นะครับ สามารถทำให้นำกลับมาใช้ได้

หลายท่านคงเคยประสบปัญหา แบตโทรศัพท์ ,โน็ตบุค, PDA หรือ PocketPC ตัวโปรด ของคุณเก็บไฟไม่อยู่แต่สภาพแบตภายนอกยังดูดีและไม่บวม(และช่วงนั้นไม่ค่อยมีตังซื้อใหม่ “ทำไงดี”) ผมมีวิธีที่จะช่วยแก้ปัญหาแบตไม่เก็บไฟมาฝากคับ
วิธีแก้ ที่พบ มักจะคล้ายๆกันนะคับ

คุณกำลังสงสัยกันอยู่ใช้ไหมว่าจะนำกลับมาใช้ได้จริงหรือเปล่า ?

จากการที่ผมได้ลองทำดูแล้วกับเจ้าแบต ASUS P 535 คับ ปรากฏว่าใช้ได้เหมือนใหม่เลยจริงๆ คับ แบตสามารถกลับมาทำงานได้ 100% เลย ครับ
(มันจริงเหรอ!!) มาดูว่าเขาให้ทำกันยังไงนะครับ

1. ให้นำแบตที่เสื่อม (แต่ยังไม่บวม) แล้วนำหนังสือพิมพ์ มาหอให้เรียบร้อย สัก 3 ชั้น แล้วรัดด้วยหนังยางให้แน่น (เหตุผล ก็เพื่อให้หนังสือพิมพ์ดูดความชื้น และเพื่อป้องกันความชื้นเขาแผงวงจรของแบตบางชนิดครับ)

2. แล้วนำมาใส่กล่องพลาสติก หรือใส่ถุงพลาสติกก็ได้ แล้วปิดให้สนิท

3. นำไปแช่ตู้เย็นช่องแช่แข็ง คับ (ถ้าเป็นระบบ โนฟรอสต์ให้ความเย็นสม่ำเสมอ ไม่มีน้ำแข็งเกาะ ยี่ห้อไหนก็ได้)

4. แช่เอาไว้เป็นเวลา 3-7 วัน แต่ผมแนะนำให้แช่ 7 วัน เพื่อความชัวร์ ครับ

5. เมื่อครบ ตามกำหนด ให้แกะหนังสือพิมพ์ออกแล้ว นำแบตมาใว้ ในอุณหภูมิห้องปกติ จนกว่าจะไม่มีไอน้ำมาเกาะหรือประมาณ 2 วัน ครับ

6. แล้วนำมาชาร์จทิ้งไว้ 8 ชม. เพื่อกระตุ้นเซล ครับ

เพียงเท่านี้ คุณก็ไม่ต้องซื้อแบตใหม่อีกแล้วคับ

ข้อมูลจาก pantown
บทความดีๆ โดยคุณ niab-romkloa จากเว็ป http://www.siamfishing.comครับ (ขออนุญาตดัดแปลงนิดนะครับ) อ้างอิงจากที่อื่น ว่าได้จริงก็ ตามนี้ >>http://www.deedeejang.com/tip/tech/00009.html

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive