Breaking Share-Si
Loading...

วิธีล้างถังเครื่องซักผ้า ขจัดคราบสกปรกเกรอะกรัง ด้วยตัวเองด้วยวิธีง่ายๆ

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


วิธีล้างถังเครื่องซักผ้า ขจัดคราบสกปรกเกรอะกรัง ด้วยตัวเองด้วยวิธีง่ายๆ


นี่คือวิธีล้างเครื่องซักผ้าแบบรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่ต้องใช้สารเคมีให้เป็นอันตราย ได้ประหยัดเงินไม่ต้องจ้างบริษัทมาถอดเครื่องล้างให้เปลืองงบประมาณอีกด้วย



เครื่องซักผ้าที่ใช้ไปนานๆ จะมีคราบน้ำ คราบผลิตภัณฑ์ซักฟอก คราบที่หลุดจากผ้า หรือเชื้อรา  ทำให้ติดเป็นคราบสกปรก ล้างไม่ออก จะทำให้เครื่องซักผ้าดูขาวสะอาดเหมือนใหม่ได้ไม่ยาก ลองมาทำตามวิธี



เบกกิ้งโซดา

เตรียมเบกกิ้งโซดา 1 ถ้วยตวง เปิดน้ำให้เต็มถัง หรือเลือกระดับน้ำสูงสุด ใส่เบกกิ้งโซดาลงไปปั่น 2-3 นาที เพื่อให้เบกกิ้งโซดาละลาย แล้วหยุดเครื่องไว้อย่างต่ำ 3 ชั่วโมง หรือ 1 คืนยิ่งดี หลังจากนั้นเปิดให้เครื่องทำงาน ซัก – ล้าง – ปั่นแห้ง แบบไม่มีผ้า จนจบกระบวนการ และเพื่อให้คราบต่างๆ ที่เบกกิ้งโซดา ทำปฏิกิริยาไว้หลุดออกจากตัวถังเครื่องหมด จากนั้นให้เปิดเครื่องเหมือนซักผ้าโดยที่ยังไม่ใส่ผ้าลงไปอีก 1-2 ครั้ง เครื่องจะกลับมาขาวสะอาดเหมือนใหม่


น้ำส้มสายชู

กรณีมีเชื้อรา เห็นราสีดำๆ ขึ้นตามขอบยาง ให้ใช้ “น้ำส้มสายชู” 2-3 ถ้วยตวง ใส่ลงในน้ำในถังซักผ้า เปิดระดับน้ำสูงสุด ปั่น 3 นาที เพื่อให้น้ำส้มสายชูละลาย หยุดเครื่องไว้อย่างต่ำ 2-3 ชั่วโมง ครบเวลาแล้วมาเปิดเครื่องทำงานซัก – ล้าง – ปั่นแห้ง แบบไม่มีผ้า จนจบกระบวนการ จะกำจัดเชื้อราได้ หลังจากนั้นต้องเปิดเครื่องทำงานเหมือนซักผ้าโดยที่ยังไม่ใส่ผ้าลงไปอีก 1-2 ครั้ง และเชื้อราและกลิ่นน้ำส้มสายชูจะหมดไปจากตัวถัง


ใส่เบกกิ้งโซดาหรือน้ำส้มสายชู ในช่องที่ใส่ผงซักฟอก แล้วเปิดเครื่องคล้ายจะซักผ้า ปล่อยให้เครื่องเปล่าทำงาน ไปจนจบโปรแกรม โดยไม่ต้องใส่เสื้อผ้า เครื่องซักผ้าก็จะสะอาดเหมือนใหม่ๆ เช่นกัน

หลังจากใช้แล้ว ควรจะเปิดฝาทิ้งไว้ให้ถังซักผ้าแห้งก่อน แล้วค่อยปิดฝา เครื่องซักผ้าจะไม่ขึ้นราแล้ว..

ขอบคุณข้อมูลจาก yaimouth

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive