Breaking Share-Si
Loading...

มหัศจรรย์มากๆ! สุดยอดวิธีกำจัดขี้หูออกไป ไม่ให้อุดตันอยู่ในหูอีกต่อไป

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


เจ๋งมากๆ! สุดยอดวิธีกำจัดขี้หูออกไป ไม่ให้อุดตันอยู่ในหูอีกต่อไป

ขี้หู เป็นสิ่งสกปรกที่กวนใจใครหลายคนมานักต่อนัก พวกเราจึงต้องทำความสะอาดหูเป็นประจำทุกวัน แต่สิ่งที่แย่ที่สุดก็เหมือนจะเป็นสิ่งที่ทุกคนใช้กันบ่อยที่สุด คือ คัตตอนบัต


คนทั่วไปอาจคิดว่าการใช้คัตตอนบัตแคะขี้หูเป็นสิ่งที่ทำได้และไม่ส่งผลเสียอะไรต่อสุขภาพ แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องมากนัก เพราะไม่เพียงแต่จะแคะขี้หูออกมาไม่ได้แล้ว คัตตอนบัตยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำหน้าที่ดันและกดขี้หูให้ฝังแน่นในรูหูมากขึ้นไปอีก



และอีกหนึ่งสิ่งที่คนทั่วไปไม่รู้ คือ ร่างกายของเราสามารถกำจัดขี้หูได้เองอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม หากร่างกายกำจัดขี้หูออกไปไม่ได้ มันอาจเป็นบ่อเกิดอีกหลายโรคที่ไม่พึงประสงค์กับคุณได้ เช่น เกิดปัญหาขี้หูอุดตันจนไม่สามารถทำความสะอาดได้ในอนาคต มีอาการปวดในรูหู ทั้งยังเป็นไซนัส ปวดหัว เวียนหัว และทำให้การได้ยินของเราลดลงด้วย

โชคยังดีที่มีแพทย์คนหนึ่งได้ให้คำแนะนำในการแก้ปัญหาเหล่านี้ไว้ แพทย์คนนั้นมีชื่อว่าเดวิด ฮิลล์ เขาได้แนะนำให้ใช้น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ เวนิกา และแอลกอฮอล์เพียงเล็กน้อยในปริมาณที่เท่ากัน ซึ่งทั้งสองอย่างนี้มีคุณสมบัติกำจัดปัญหาขี้หูอุดตันออกไปได้ ดังนี้

วิธีทำ


1. ผสมน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ เวนิกา กับแอลกอฮอล์ เข้าด้วยกัน

2. ตะแครงศีรษะเป็นแนวนอนข้างใดข้างหนึ่ง จากนั้นหยดส่วนผสมข้างต้นลงไปในหูข้างที่หงายขึ้น

3. แช่ทิ้งไว้ 60 วินาที เมื่อครบกำหนดแล้วก็ตะแครงศีรษะไปอีกฝั่งเพื่อที่จะให้ส่วนผสมนั้นไหลออกมา จากนั้นก็ทำขั้นตอนเดียวกันกับหูอีกข้างหนึ่ง

ผลลัพธ์ที่ได้ ก็คือ ขี้หูที่อุดตันอยู่จะหลุดลอกออกมา อีกทั้งยังเป็นการป้องกันไม่ทำให้เราเป็นโรคต่างๆ ที่มีผลพวงมาจากการมีขี้หูอุดตันในรูหูได้อีกด้วย

ข้อมูลจาก rak-sukapap.com

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive