Breaking Share-Si
Loading...

ไม่เคยรู้มาก่อนเลย! 13 เรื่องจริงเกี่ยวกับเห็บ ที่เราคาดไม่ถึง

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


13 เรื่องจริงเกี่ยวกับ “เห็บ” ที่หลายคนคงไม่เคยรู้ ยิ่งบ้านไหนมีสัตว์เลี้ยงต้องรีบอ่านเลย!

"เห็บ" ปรสิตที่หลายๆคนรังเกียจ ด้วยรูปลักษณ์น่าขยะแขยง และการใช้ชีวิตด้วยการดูดเลือกของมัน เราจะพบเจ้าเห็บได้ง่ายๆที่ตามร่างกายของสุนัข มันจะดูดเลือดสัตว์เลี้ยงที่คุณรักไปเป็นอาหาร และความน่ากลัวของมันไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น หากคุณได้รู้กับ 13 เรื่องจริงเกี่ยวกับเห็บ คุณจะรู้สึกกลัวมันมากกว่าที่เคย


1. เห็บดูดเลือดพวกเดียวกันเองด้วย

2. เห็บเป็นสัตว์ประเภท “แมง” ดังนั้น มันจึงจัดอยู่ในประเภทเดียวกับ แมงมุมหรือแมงป่อง

3. บนโลกนี้มีเห็บมากกว่า 850 สายพันธุ์

4. เห็บสามารถแพร่เชื้อโรคบางอย่าง เช่น โรคลายม์ (บวมแดง เป็นไข้ ปวดเมื่อย), โรคพยาธิเม็ดเลือด และโรคไข้พุพองเทือกเขาร็อกกี้

5. เจ้าของและสัตว์เลี้ยงสามารถติดต่อโรคกันได้จากการโดนเห็บกัดเพียงครั้งเดียว

6. ไม่ควรใช้นิ้วดึงเห็บออก เพราะคุณอาจดึงตัวมันหลุดออกมาจากหัว ที่ยังฝังอยู่ในผิวหนัง

7. เห็บไม่สามารถบินและกระโดด แต่พวกมันจะคลานแทน ดังนั้นถ้าคุณพบมันบนหัว แสดงว่ามีโอกาสที่จะพบพี่น้องของมันอีกที่ไหนสักแห่งบนร่างกายของคุณที่ต่ำกว่า

8. คุณสามารถซื้อสเปรย์เพอร์เมธริน สำหรับฉีดเสื้อผ้า ป้องกันไม่ให้เห็บหมัดมาเกาะได้

9. เห็บสามารถเติบโตได้ดี แม้ในฤดูหนาว

10. เห็บสามารถฝังตัวได้เกือบทุกที่

11. ถ้าสัตว์เลี้ยงของคุณมีพฤติกรรมแปลกๆ หลังจากออกไปนอกบ้าน เช่น มีอาการชัก, หายใจลำบาก. เซื่องซึม ให้รีบนำไปพบแพทย์ทันที เพราะมีโอกาสไม่น้อยที่จะเกิดจากเห็บ

12. เห็บแต่ละสายพันธุ์มีขนาดที่แตกต่างกัน โดยเห็นจะมีการดำรงชีวิต 4 ชั้นตอน ได้แก่ ไข่, ตัวอ่อน, วัยกระเตาะ และ ผู้ใหญ่

13. การบี้เห็บที่มีไข่เต็มท้องจนเลือดกระจาย ถึงแม้ไข่บางส่วนจะไม่ถูกทำลาย แต่มันก็ไม่สามารถฟักเป็นตัวอ่อนได้

ข้อมูลจาก http://petmaya.com/13-tick-facts

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive