Breaking Share-Si
Loading...

5 วิธีกำจัดเห็บหมัดในสัตว์เลี้ยงให้สิ้นซาก ทำได้เองโดยไม่ต้องพึ่งหมอ

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


5 วิธีกำจัดเห็บหมัดในสัตว์เลี้ยงให้สิ้นซาก ทำได้เองโดยไม่ต้องพึ่งหมอ

เห็บ หรือ หมัด (Tick & Flea) ปรสิตขนาดเล็กที่ถือว่าเป็นปัญหาโลกแตกของคนเลี้ยงสัตว์ สำหรับคนที่กำลังมองหาวิธีกำจัดเห็บหมัดในสัตว์เลี้ยงให้สิ้นซากนั้น คุณสามารถทำได้ง่ายๆดังต่อไปนี้ค่ะ


1. ฉีดยากำจัดเห็บให้สัตว์เลี้ยงเดือนละครั้ง


2. หยอด ฟรอนท์ไลน์ พลัส (Frontline Plus) เดือนละ 1 ครั้ง


3. พ่นเสปร์ยไล่เห็บ ตามกรง หรือที่นอนสัตว์เลี้ยง


4. อาบน้ำสัตว์เลี้ยงด้วยแชมพูกำจัดเห็บสัปดาห์ละ 1 ครั้ง


5. ดูแลในเรื่องความสะอาดของบริเวณบ้าน หรือห้องพักให้สะอาดอยู่เสมอ



วิธีกำจัดเห็บภายนอกบ้าน


สำหรับผู้เลี้ยงที่มีพื้นที่รอบบ้านเป็นสนามหญ้า สิ่งสำคัญอันดับแรกเลยก็คือ ต้องหมั่นคอยดูแลตัดหญ้าให้โล่งเตียนอยู่เสมอ และควรที่จะพ่นยากำจัดเห็บที่มีส่วนประกอบของ  Permethrin หรือ Pyrethrin บนพื้นสนามหญ้า ตามพุ่มไม้ ผนังรอบๆตัวบ้านด้วย โดยเฉพาะรอยแตกร้าวตามซอกมุมต่างๆ  บริเวณซอกกรง บริเวณที่น้องหมาของเราชอบนอน หรือส่วนที่คิดว่าเห็บอาจจะอาศัยอยู่ได้

ข้อแนะนำให้พ่นยากำจัดเห็บให้อยู่ในระดับ 2 – 3 ฟุตเหนือจากพื้นดิน เพราะเห็บมักจะอาศัยอยู่ตามยอดหญ้า ปลายกิ่งไม้ เพื่อรอที่จะจับเกาะบนตัวน้องหมาของเราที่เดินผ่านมา  หลังจากการพ่นยากำจัดเห็บแล้วควรงดไม่ให้น้องหมาของเราออกมาวิ่งเล่นในบริเวณสนามหญ้าเป็นเวลา 1-2 วัน เพราะน้องหมาอาจจะสัมผัสกับสารเคมีที่ตกค้างอยู่ก็ได้ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อสุขภาพของน้องหมาได้ และควรที่จะฉีดพ่นน้ำยาซ้ำอีกครั้ง ประมาณหนึ่งสัปดาห์ถัดมาจากที่ฉีดพ่นในครั้งแรกเพื่อป้องกันและกำจัดเห็บที่อาจหลงเหลืออยู่

จริงๆ แล้วปัญหาเรื่องเห็บบุก เห็บมากวนใจน้องหมาและผู้ที่เลี้ยงจะไม่เกิดขึ้นเลย หากทุกท่านได้เตรียมรับมือและหมั่นดูแลน้องหมาอยู่เสมอ เพียงเท่านี้ปัญหาเห็บหมัดก็จะหมดไปได้ง่ายๆ . สำหรับทุกท่านที่กำลังเจอปัญหาเจ้าเห็บกวนใจก็อย่าลืมเอาวิธีที่แนะนำไปใช้กัน รับรองได้ว่า ปัญหาเห็บหมัดนั้นจะหายไป ไร้กังวล มีความสุขทั้งคนทั้งน้องหมาแน่นอน

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive