Breaking Share-Si
Loading...

แจกสูตรกล้วยปิ้งน้ำกะทิ หอม อร่อยละมุนลิ้น แถมได้ประโยชน์อีกเพียบ!

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


แจกสูตรกล้วยปิ้งน้ำกะทิ หอม อร่อยละมุนลิ้น แถมได้ประโยชน์อีกเพียบ!





สิ่งที่ต้องเตรียม


    1. กล้วยน้ำว้า 10 ลูก

    2. หัวกะทิ 2 ถ้วย

    3. น้ำตาลปึก ½ ถ้วย

    4. น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ

    5. มะพร้าวขูด 1 ลูก (คั้นกะทิ)

    6. เกลือ ½ ช้อนชา
   

วิธีการทำ


1. ทำการตั้งกระทะใส่น้ำตาลปึกกับหัวกะทิ คนให้ละลายเข้ากัน

2. จากนั้นเติมน้ำตาลทราย เกลือ เคี่ยวให้ละลาย ปิดไฟพักไว้

3. ทำการปอกเปลือกกล้วยทิ้ง แล้วนำกล้วยมาเสียบไม้ปิ้งบนเตาถ่าน (ถ้าไม่มีสามารถใช้เตาไฟฟ้าแทนได้ แต่จะไม่หอมเท่าเตาถ่าน)

4. จากนั้นคอยพลิกกล้วยเรื่อยๆให้เหลืองทั่วทั้งลูก

5. นำกล้วยมาทับให้แบน หั่นเป็นชิ้นๆ จัดใส่จาน

6. ราดด้วยน้ำกะทิที่ทำไว้ เพียงเท่านี้เป็นอันเสร็จ

เกร็ดความรู้


•ผลของกล้วยน้ำว้าขณะที่ยังดิบอยู่เนื้อกล้วยจะแข็งมีรสฝาด เนื้อมีสีขาว ยังไม่มีกลิ่นหอมของกล้วย เปลือกของผลดิบแข็ง มีสีเขียวเข้ม ปอกยาก

• แต่เมื่อตัดจากลำต้นแล้วประมาณ 10 วัน เปลือกจะมีสีเหลืองตลอดลูก ตกกระเป็นจุด ๆ มีกลิ่นหอม มีรสหวาน เปลือกปอกได้ง่าย

• ผลกล้วยสุกสามารถนำมาทำอาหารได้หลายอย่าง เช่น กล้วยเชื่อม กล้วยตาก กล้วยบวชชี กล้วยแขก กล้วยปิ้ง

• สามารถรับประทานเป็นยาระบายอ่อนๆ เป็นอาหารเสริมสำหรับทารก

• คุณค่าทางอาหารของกล้วยน้ำว้า เป็นพันธุ์ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนทั้งลำต้น ใบ ดอก ผล

• โดยเฉพาะผลกล้วยน้ำว้าที่สุกแล้ว มีสารอาหารที่มีประโยชน์แก่ร่างกายหลายชนิด เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดตร แคลเซียม วิตามิน ฯลฯ

หลังจากที่ได้อ่านกันแล้ว ก็ได้ทราบถึงสูตรกล้วยปิ้งน้ำกะทิ หอม อร่อยละมุนลิ้น ที่คุณสามารถทำทานเองได้ง่ายๆที่บ้านของคุณเองกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่ารอช้า จัดเตรียมวัตถุดิบและทำตามวิธีการด้านบนกันได้เลย


ข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive