Breaking Share-Si
Loading...

เตือน! นอนตะแคงขวา เสี่ยงกรดไหลย้อน...เล่นงาน เพราะอะไรมาดูกัน

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


เตือน! นอนตะแคงขวา เสี่ยงกรดไหลย้อน...เล่นงาน

เมื่อพูดถึงกรดไหลย้อน ถ้าใครเคยเป็นหรือกำลังเป็นกรดไหลย้อนอยู่จะพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า เป็นอาการที่สุดแสนจะทรมาน และหากนอนหลับทันทีหลังรับประทานอาหาร มักโดนกรดไหลย้อนเล่นงานเข้าให้


ช่วงนี้มีกระแสจากโซเชียลที่แชร์ต่อกัน ให้หลีกเลี่ยงการนอนตะแคงขวา เพราะการนอนตะแคงขวาจะทำให้มีอาการกรดไหลย้อน ข้อมูลนี้เป็นเรื่องจริงหรือ? วันนี้มีความจริงของเรื่องนี้มาบอกกันค่ะ

แพทย์หญิงปาลิตา ชวนเกริกกุล แพทย์เฉพาะทางโรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน บอกว่า ถ้านอนราบหัวต่ำหลังจากรับประทานอาหารภายในเวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง จะเพิ่มกรดไหลย้อนขึ้น เพราะอาหารและกรดยังค้างอยู่ที่กระเพาะอาหาร ซึ่งสามารถไหลย้อนกลับมาที่บริเวณหลอดอาหารได้

ส่วนเรื่องการนอนตะแคงซ้ายหรือขวานั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรดไหลย้อนค่ะ เพราะถุงเก็บอาหารในกระเพาะอาหารจะอยู่ทางด้านซ้าย เมื่อเรานอนตะแคงซ้ายถุงจะย้อยลง รูเปิดจากหลอดอาหารที่ลงไปยังกระเพาะอาหารจะอยู่เหนือระดับกรดและอาหารที่อยู่ในกระเพาะ กรดจึงไม่ไหลย้อนขึ้นมา

หากเรานอนตะแคงขวา รูเปิดหลอดอาหารจะอยู่ต่ำกว่าระดับของกรดและอาหารในกระเพาะ จะทำให้กรดสามารถไหลย้อนกลับมาได้ จึงเป็นที่มาของการนอนตะแคงขวาอาจทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อนขึ้นมานั่นเองค่ะ

กรดไหลย้อน เกิดจากสารคัดหลั่งกรด หรืออาหารเกิดการไหลย้อนขึ้นมาจากกระเพาะหรือลำไส้เล็กไปที่หลอดอาหาร ทำให้เกิดอาการแสบร้อนหน้าอก เรอเปรี้ยว แสบคอ โดยแบ่งเป็น 2 ชนิดคือ หลอดอาหารเป็นแผล กับหลอดอาหารไม่เป็นแผล ซึ่งวิธีการป้องกันอาการกรดไหลย้อนทำได้ง่ายๆ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการนอนนะคะ

คราวนี้ก็หายสงสัยแล้วนะคะว่าทำไมการนอนตะแคงขวาถึงเสี่ยงต่อการเกิดอาการกรดไหลย้อน ถ้าใครไม่อยากเป็นกรดไหลย้อนต้องรับประทานอาหารดี มีประโยชน์ รับประทานอาหารให้ตรงเวลา พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายและระบบต่างๆ ภายในทำงานได้อย่างปกตินะคะ


ที่มา...http://www.deedaily.com/beauty-fashion/2340

Advertisements


Advertisements
Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive