Breaking Share-Si
Loading...

ชายหนุ่มซื้อเครื่องดื่มชานม-กาแฟเย็นดื่มทุกวัน ไม่นานกลับถูกส่งร.พ. นึกไม่ถึงเป็นเพราะ

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


ชายหนุ่มซื้อเครื่องดื่มชานม-กาแฟเย็นดื่มทุกวัน ไม่นานกลับถูกส่งร.พ. นึกไม่ถึงเป็นเพราะ

ดื่นน้ำเปล่าเยอะๆ ดีที่สุดล่ะ บอกเลย!


อากาศร้อนๆแบบนี้ ใครๆก็อยากที่จะดื่มเครื่องดื่มเย็นๆหวานๆสักแก้ว จริงไหม? แต่การดื่มเครื่องดื่มประเภทนี้มันมีอันตราย เพื่อนๆเคยรู้บ้างไหม? ที่เกาะไต้หวันมีชายอายุ 30 ปี คนหนึ่ง เนื่องจากดื่มเครื่องดื่มประเภทนี้ ในจำนวนที่มากเกินไป ทำให้เขารู้สึก วิงเวียนศรีษะ คลื่นไส้ จนต้องไปพบแพทย์ในที่สุด

หลังจากผ่านการตรวจสอบทางการแพทย์ พบว่าชายผู้นี้มีระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่าคนปกติถึง 6 เท่า มีอาการภาวะน้ำตาลในเลือดสูงชนิด Diabetic ketoacidosis, DKA ในครอบครัวของเขาไม่เคยมีใครเป็นโรคชนิดนี้มาก่อน สภาพร่างกายของเขาก็ดีมาตลอด ไม่คิดว่าจะเกิดโรคแบบนี้ขึ้น

จากการสักถามพบว่า ชายผู้นี้ดื่มเครื่องดื่มที่ขายตามร้านขายเครื่องดื่มทุกวัน วันละหลายแก้ว!

คุณหมออธิบายว่า เนื่องจากร่างกายเผาผลาญกรดไขมันเป็นพลังงาน ทำให้มีสารเคมีที่เรียกว่า คีโตน (Ketone) ในร่างกายมาก  แม้ว่าอินซูลินสามารถชะลอการผลิตคีโตนได้ แต่ถ้ามีจำนวนคีโตนมากเกินไป จะก่อให้ร่างกายเกิดภาวะเลือดเป็นกรด การดื่มเครื่องดื่มหวานจำนวนมาก ในระยะยาวจึงทำให้เลือดกลายเป็นกรดได้ (ketoacidosis)

จริงๆแล้ว ทุกคนคงทราบดีว่าการดื่มเครื่องดื่มหวานเป็นเวลานานติดต่อกันจะส่งผลเสียกับสุขภาพร่างกาย จากคำแนะนำของคุณหมอ เพื่อนๆควรลดการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เพื่อลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานด้วยนะครับ

วิธีที่ดีที่สุดในการรักษาสุขภาพก็คือ การดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ พักผ่อนให้เพียงพอ แล้วการออกกำลังกาย รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ :)

ข้อมูลจาก http://www.liekr.com/post_143676.html

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive