Breaking Share-Si
Loading...

วิธีรักษาเชื้อราที่เล็บจากธรรมชาติ เพียงแค่มี 2 ส่วนผสมนี้

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


วิธีกำจัดเชื้อราที่เล็บของคุณ ด้วย 2 สูตรแก้เชื้อราที่ง่ายสุดๆ

ความน่าเกลียดของเชื้อราที่เล็บแสดงให้เห็นถึงปัญหาสุขภาพที่รุนแรง ในกรณีนี้การรักษาที่พบมากที่สุดคือการใช้ยาปฏิชีวนะ แต่ยาสังเคราะห์เหล่านี้ ทำให้เกิดผลบางอย่างที่เป็นอันตราย


ดังนั้นคุณควรหันไปรักษาด้วยยาธรรมชาติจำไว้ว่าถ้าคุณรักษาตั้งแต่เริ่มเกิดปัญหานี้ คุณจะได้รับผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ในทางตรงกันข้ามถ้าคุณรอเวลาจนมันเกิดเชื้อราจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน และ ปัญหา สุขภาพได้

วันนี้เรามีวิธีรักษาเชื้อราที่เล็บจากธรรมชาติที่ดีที่สุดมาแนะนำ ในกรณีของเชื้อราที่เล็บ เพียงแค่มี 2 ส่วนผสมนี้ และเราเชื่อว่าคุณมีอยู่แล้วในห้องครัวของคุณ นั้นคือ เบคกิ้งโซดาและน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์

มันมีประสิทธิภาพมากในการต่อสู้กับเชื้อรา และ เชื้อโรคเหล่านี้จะเจริญเติบโตในช่วงที่ค่า Ph ถูกจำกัด แต่ธรรมชาติแล้วเบคกิ้งโซดามีค่าเป็นด่าง ในขณะที่ น้ำ แอปเปิ้ลไซเดอร์มีสภาพเป็นกรด ดังนั้นส่วนผสมเหล่านี้จึงให้ผลลัพธ์อย่างไม่น่าเชื่อในการต่อสู้และป้องการเติบโตของเชื้อรา

นอกจากนี้ น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ ยังมีประโยชน์อย่างยิ่งในกรณีของโรคอื่นๆอีกมากมาย แต่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรใช้ชนิดที่มีเนื้อลอยอยู่บนน้ำ ซึ่งจะทำให้ได้ ประโยชน์มากที่สุดสำหรับน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ 


นี่คือ สูตรวิธีรักษาด้วย 2 ส่วนผสมที่น่าอัศจรรย์

ส่วนผสม:

เบคกิ้งโซดา
น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์
น้ำอุ่น

คำแนะนำ:

เทน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ลงในอ่างน้ำขนาดเล็กและแช่เท้าของคุณในนั้น ประมาณ 20 นาที ลูบเบา ๆ ให้แห้ง เติมน้ำลงในอ่างและแช่เท้าของคุณอีกครั้งประมาณ 20 นาที จากนั้นเติมเบคกิ้งโซดาลงไปในน้ำ และ แช่เท้าทิ้งไว้อีก 20 นาที

ขั้นตอนนี้ควรทำวันละครั้งต่อวัน

การรักษาควรทำบนเท้าที่สะอาดและแห้ง ถ้าคุณทำเป็นประจำเชื้อราที่เล็บจะหายไปในอีกไม่กี่สัปดาห์ เชื้อราเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มืดและชื้น เป็นไปได้ให้สวมรองเท้าที่เปิดนิ้วเท้าให้บ่อยที่สุด นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือหมั่นทำความสะอาดเท้าให้ สะอาดด้วยการใช้แปรงขัดเล็บด้วยทรีออยล์

อ้างอิง : healthyfoodhouse.com 
แปลข้อมูลโดย : http://www.rak-sukapap.com/

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive