Breaking Share-Si
Loading...

เผยเรื่องราว "เครื่องต้น" ในวัง พระกระยาหารที่ "ในหลวง" รัชกาลที่ 9 ทรงโปรดมากที่สุด

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


เครื่องต้นในวังที่ "ในหลวง" ทรงโปรด ทั้งสุดแสนจะธรรมดาและเรียบง่าย

เผยเรื่องราว "เครื่องต้น" ในวัง พระกระยาหารที่ "ในหลวง" รัชกาลที่ 9 ทรงโปรดมากที่สุด

พระเจ้าอยู่หัวไม่ทรงโปรดอาหารที่เป็นมันมาก โปรดให้มีผักมากกว่าโปรตีน เช่น เครื่องต้นที่มีคะน้า หมูเค็ม ก็จะเสวยผักคะน้าจนหมด แล้วทรงรับสั่งว่า คราวหลังผัดคะน้าใส่หมูนะ แต่จานนี้ผัดหมูใส่คะน้า ทรงโปรดผัดผัก หรือถั่วงอกโดยไม่ต้องใส่อย่างอื่นเลย นอกจากน้ำมันที่ใช้ผัดเท่านั้น เช่น ผัดผักบุ้งไฟแดง ก็ต้องเป็นแบบตั้งน้ำมันในกระทะให้ร้อนจนควันขึ้น แล้วจึงใส่ผักบุ้งพร้อมกระเทียมลงไป ไม่โปรดผสมเต้าเจี้ยวหรืออย่างอื่นเลย



ย้อนกลับไป 28 ปีที่แล้ว หรือช่วงปี 2530-2531 มีหนังสืออยู่เล่มหนึ่งที่สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย จัดพิมพ์ขึ้นชื่อ "เครื่องต้น ก้นครัว" ออกจำหน่ายเพื่อหาทุน เนื้อหาภายในเล่ม เครื่องต้น ที่ได้รับความกรุณาจาก ต้นเครื่อง ของพระตำหนักจิตรลดารโหฐานที่มาให้รายละเอียด ทั้งในยามปกติและในเวลาที่ต้องเสด็จพระราชดำเนินไปในท้องถิ่นทุรกันดาร ซึ่งเป็นเมนูทั้งของเจ้านาย และแม้แต่ ก้นครัว ของบุคคลสำคัญต่างๆ...

คุณหญิงประสานสุข ตันติเวชกุล หัวหน้าต้นเครื่องไทย พระราชวังสวนจิตรลดา หรือต้นเครื่อง สำนักพระราชวัง ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ตอนแรกถึงของเสวยสำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเอาไว้ว่า ท่านเสวยง่าย เสวยได้ทุกอย่างที่ตั้งเครื่องถวาย เพียงแต่ไม่ทรงโปรดรสจัด ทุกประเภท ไม่โปรดรสจัด ไม่ว่าเครื่องต้นเกี่ยวกับอะไร

"ตั้งเครื่องต้นถวายพระองค์ท่านไม่ลำบากเลย ไม่หนักใจ พร้อมยกตัวอย่าง มื้อเช้าจะเป็นข้าวต้มสองแบบสลับกันไป คือ ระหว่างข้าวต้มเครื่องกับข้าวต้มกับ กับข้าวเครื่องต้มนี่ก็ธรรมดามาก เช่น หัวไช้โป๊วผัดไข่ ไข่เค็ม ปลาสลิด หนำเลี้ยบผัด หรือไข่เจียว เห็นไหมทรงโปรดเสวยง่ายๆ เหมือนคนธรรมดาจริงๆ... สำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นทรงโปรดเสวยเพียงจานเดียวไม่ตักเติมอีก เพราะฉะนั้นเมื่อตักทีแรกจะต้องกะให้พอดีกับภาชนะ หมดแล้วไม่ทรงเติม พระองค์ท่านเสวยอย่างนี้ตลอดเวลา ไม่เคยเห็นตักซ้ำอีก"

ผ่านจากอาหารมื้อเช้าไปแล้ว ก็มาถึง เครื่องต้นสำหรับข้าวสวย ซึ่งจะกล่าวรวมทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ เวลากลางวันนั้นจะเสวยเวลาไม่ตรงกัน เพราะแต่ละพระองค์ทรงปฏิบัติภารกิจต่างเวลากัน ที่จะเสวยพร้อมกันทุกพระองค์ก็จะเป็นมื้อค่ำ เครื่องต้นมี 4 อย่าง ก็ธรรมดาๆ อีก เช่น มีแกงจืด ซุป บางทีก็ต้มยำ มีเผ็ดอย่างหนึ่งเช่น ยำ หรือฉู่ฉี่ หรือผัดพริกขิง พะแนง

สำหรับ "จานโปรด" คือ ไข่จะละเม็ด เป็นจานโปรดของทุกพระองค์ด้วยเหมือนกัน "เสวยกับข้าวร้อนๆ โปรดกันทุกพระองค์จริงๆ เรียกได้ว่าเป็นจานโปรดที่ตั้งค่อนข้างบ่อยกว่าอย่างอื่นๆ" ทีนี้มาถึงเครื่องจิ้มบ้าง ก็เป็นน้ำพริกมะขามบ้าง น้ำพริกมะเขือพวงบ้าง น้ำพริกหนำเลี๊ยบ หรือบางทีก็น้ำพริกลงเรือ น้ำพริกกะปิกับปลาทูทอดนั้น เฉพาะอย่างยิ่งปลาทูพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดมาก เสวยได้บ่อยๆ ก่อนจะตั้งก็ต้องแกะก้างออกให้หมด...

และเมื่อต้องเสด็จพระราชดำเนินต่างจังหวัด หรือแปรพระราชฐานไปตามเมืองอื่นนั้น เครื่องต้นก็จะเปลี่ยนเป็นของเสวยของภาคต่างๆ เรียกว่า ไม่ว่าจะเสด็จพระราชดำเนินภาคไหน ก็จะเสวยอาหารประจำภาคนั้น เสวยกันได้ทุกพระองค์ ลองหันมาดูของหวานกันบ้าง ไม่ว่าจะตั้งเครื่องอะไรก็เสวยหมดและก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงโปรดผลไม้มาก เป็นผลไม้ตามฤดูกาล

"พระเจ้าอยู่หัวไม่ทรงโปรดอาหารที่เป็นมันมาก โปรดให้มีผักมากกว่าโปรตีน เช่น เครื่องต้นที่มีคะน้า หมูเค็ม ก็จะเสวยผักคะน้าจนหมด แล้วทรงรับสั่งว่า คราวหลังผัดคะน้าใส่หมูนะ แต่จานนี้ผัดหมูใส่คะน้า

ทรงโปรดผัดผัก หรือถั่วงอกโดยไม่ต้องใส่อย่างอื่นเลย นอกจากน้ำมันที่ใช้ผัดเท่านั้น เช่น ผัดผักบุ้งไฟแดง ก็ต้องเป็นแบบตั้งน้ำมันในกระทะให้ร้อนจนควันขึ้น แล้วจึงใส่ผักบุ้งพร้อมกระเทียมลงไป ไม่โปรดผสมเต้าเจี้ยวหรืออย่างอื่นเลย"

ทั้งหมด สำนักข่าวอิศราตัดมาบางช่วงบางตอนในหนังสือ "เครื่องต้น ก้นครัว" มองเห็นชัดประมุขของแผ่นดินทรงปฏิบัติพระองค์เยี่ยงคนธรรมดาสามัญ ทั้งยังทรงประหยัดอีกด้วย ซึ่งคนทั่วไปมักคิดว่า เครื่องต้นในวังจะต้องวิจิตรพิศดาร หรือกับข้าวมากอย่าง... 

ข้อมูลและภาพจาก vip-groups

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive