Breaking Share-Si
Loading...

แจกสูตรลับขนมฟักทองแสนอร่อย เนื้อเหนียวนุ่ม เคี้ยวหนุบหนับ

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


แจกสูตรลับขนมฟักทองแสนอร่อย เนื้อเหนียวนุ่ม เคี้ยวหนุบหนับ อร่อยจับใจ!

ขนมฟักทอง ขนมไทยโบราณที่สุดแสนจะอร่อยด้วยความที่ตัวขนมมีเนื้อเหนียวนุ่ม ยิ่งเคี้ยวยิ่งหนุบหนับ แต่ในปัจจุบันหาทานได้ยาก อีกทั้งบางร้านก็ทำไม่อร่อยซะเลยมีแต่แป้ง ในวันนี้เราจึงอยากมานำเสนอแจกสูตรลับขนมฟักทอง เนื้อเหนียวนุ่ม เคี้ยวหนุบหนับ อร่อยจับใจ


สิ่งที่ต้องเตรียม

• ฟักทอง 500 กรัม (ปอกเปลือก และหั่นเป็นชิ้น ๆ)
• แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
• แป้งมันสำปะหลัง 1/4 ถ้วย
• มะพร้าวขูด 50 กรัม
• น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
• เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
• กะทิ 1 ถ้วย
• ถ้วยตะไลสำหรับนึ่ง

วิธีการทำ

1. นำฟักทองที่ได้เตรียมไว้ ไปนึ่งจนสุกแล้วนำออกมาพักทิ้งไว้จนเย็นสนิท

2. นำแป้งข้าวเจ้าและแป้งมัน ใส่ลงในฟักทองที่นึ่งสุกแล้ว

3. นำมานวดผสมให้เข้ากันดี

4. ทำการใส่มะพร้าวขูด น้ำตาลทราย และเกลือป่นลงไปนวดต่อ

5. จากนั้นค่อยๆ เติมกะทิลงไป แล้วคนผสมจนเข้ากันดีและน้ำตาลทรายละลายจนหมด

6. ทำการตักส่วนผสมใส่ถ้วยตะไลประมาณ 3/4 ของถ้วย

7. จากนั้นนำไปนึ่งที่มีน้ำเดือดประมาณ 15-20 นาทีจนแป้งสุกและใส

8. เมื่อนึ่งเสร็จแล้ว ให้ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น

9. ทำการแคะขนมออกจากถ้วย เป็นอันเสร็จ

เคล็ดลับความอร่อยที่อยากจะเปิดเผย

หากใครอยากให้ขนมออกมาดูเป็นแบบไทยๆมากขึ้น ให้ใช้วิธีนึ่งด้วย “กรวยใบตอง” ซึ่งมีวิธีการทำดังต่อไปนี้

1. ก่อนทำการนึ่งให้นำใบตองมาเช็ดให้สะอาด

2. ทำการเจียนใบตองเป็นวงกลม แล้วม้วนเป็นทรงกรวยเล็กๆ

3. จากนั้นกลัดด้วยไม้กลัด แล้วตักขนมฟักทองใส่ลงไปประมาณ 3/4 ของกรวย

4. นำไปเสียบลงในช่องของชุดนึ่ง (แบบช่องเว้นช่อง) แล้วทำการนึ่งจนสุก เป็นอันเสร็จ

หลังจากที่ได้อ่านกันแล้ว ก็ได้ทราบถึงสูตรลับขนมฟักทอง เนื้อเหนียวนุ่ม เคี้ยวหนุบหนับ อร่อยจับใจกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว น่ากินมากเลยใช่ไหมละ แถมยังทำไม่ยากอีกด้วย สุดสัปดาห์นี้มาเข้าครัวกันดีกว่า


ที่มา...khaoza.net

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive