Breaking Share-Si
Loading...

แชร์เก็บไว้เลย! ห้องน้ำของคุณจะสะอาดและมีกลิ่นหอมอยู่เสมอ เมื่อคุณใช้สิ่งนี้...

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


ห้องน้ำของคุณจะสะอาดและมีกลิ่นหอมอยู่เสมอ เมื่อคุณใช้สิ่งนี้...

การทำความสะอาดห้องน้ำเป็นงานที่น่าเบื่อสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่อย่างไรก็ตามการดูแลบ้านให้สะอาดอยู่เสมอก็เป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะกับห้องน้ำถ้าห้องน้ำ สกปรกมันสามารถนำมาซึ่งเชื้อโรคต่างๆมากมาย


คุณอาจจะผิดหวังจากน้ำยาทำความสะอาดทีมีขายอยู่ทั่วไปตามท้องตลาด ที่บอกว่าช่วยทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นอันตรายต่อ สุขภาพของคุณ พวกมันเต็มไปด้วยสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย อีกทั้งยังเป็นสารก่อมะเร็งอีกด้วย

ต่อไปนี้คุณสามารถทำความสะอาดห้องน้ำของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการใช้ส่วนผสมที่หาได้ง่ายและยังช่วยคุณประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกเช่นกัน



นี่คือสิ่งที่คุณต้องเตรียม
ส่วนผสม

โซเดียมไบคาร์บอเนต (เบคกิ้งโซดา) 160 กรัม
ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (3%) 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำส้มสายชู 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอมระเหยที่คุณชอบ 15 - 20 หยด
น้ำมะนาว 60 มล.

วิธีทำ

-นำเบคกิ้งโซดาใส่ลงในชามและเติมน้ำมะนาวลงไปผสมให้เข้ากัน

-จากนั้นใส่น้ำส้มสายชูและไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ลงในชามอีกใบและผสมให้เข้ากัน

-เทส่วนผสมของน้ำส้มสายชูและไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่ผสมจนเข้ากันแล้วลงในชามผสมเบคกิ้งโซดาและน้ำมะนาว

-ผสมให้เข้ากันอีกครั้งแล้วใส่น้ำมันหอมระเหยของคุณลงไป (คุณจะใช้กลิ่นลาเวนเดอร์ก็ได้)

-จากนั้นใช้ช้อนตักส่วนผสมเป็นก้อนกลมๆ ใส่ไปในถาดอบ และนำเข้าอบให้แห้ง

-เมื่อแห้งดีแล้ว คุณสามารถใช้มันในการทำความสะอาดห้องน้ำได้เลยและมันจะให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมกับคุณ


เคล็ดลับที่คุณสามารถลองทำได้ในวันนี้สำหรับทำความสะอาดห้องน้ำของคุณโดยใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติที่ปลอดภัยและยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของคุณอีก ด้วย


อ้างอิง : healthyfoodstar.com 
แปลข้อมูลโดย : http://www.rak-sukapap.com/

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive