Breaking Share-Si
Loading...

เม็ดกระบก อัลมอนด์อีสาน กินป้องกันโรคความจำเสื่อม บำรุงหัวใจ และป้องกันมะเร็งเต้านม

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


รู้จักไหม? เม็ดกระบก อัลมอนด์อีสาน กินป้องกันโรคความจำเสื่อม บำรุงหัวใจ และป้องกันมะเร็งเต้านม


เม็ดกระบก หรือที่เรียกกันในชื่อว่น อัลมอนด์อีสาน หรือ  อัลมอนด์เมืองไทย

• มีลักษณะคือ เป็นเมล็ดรูปไตขนาดใหญ่

• ตัวเปลือกถูกหุ้มเมล็ดมีสีน้ำตาล

• เนื้อในเป็นแป้งสีขาวๆ

• ถือเป็นยารสเบื่อเมา

• มีรสชาติมันติดขมเล็กน้อย

• มีส่วนช่วยในการบำรุงระบบประสาทและสมอง

• ช่วยในการป้องกันโรคความจำเสื่อม

• ใช้ในการบำรุงหัวใจ และป้องกันมะเร็งเต้านม

• สามารถทานได้ทุกเพศทุกวัย

วิธีรับประทาน

1. ให้คุณนำเม็ดกระบกมาตากแห้ง หรือจะอบไล่ความชื้นก็ได้

2. นำไปคั่ว โดยเลือกใช้ไฟอ่อนๆ คั่วกระทั่งจนเม็ดเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง

3. ทำการโรยเกลือเก็บไว้ในขวดโหล

4. ให้คุณรับประทานวันละ 20 เม็ด

 ข้อมูลน่ารู้ของเมล็ดกระบก

• มีชื่อทางสมุนไพรว่า กระบก

• ชื่ออื่นๆคือ

- มะมื่น มื่น ของภาคเหนือ

- มะลื่น หมักลื่น ของสุโขทัย นครราชสีมา

- บก หมากบก ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

- กะบก จะบก ตระบก ของภาคกลาง

- จำเมาะ

- หลักกาย

• ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ  Irvingia malayana Oliv. ex. A. W. Benn.

• ชื่อพ้องคือ Irvingia harmandiana Pierre ex Lecomte, I. oliveri Pierre, I. pedicellata Gagnep.

• ชื่อวงศ์คือ Irvingiaceae

มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์ดังต่อไปนี้

• เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่

• มีความสูงได้ถึง 35 เมตร

• มักจะผลัดใบช่วงสั้นๆ ลำต้นตรง

• มีเรือนยอดที่แน่นทึบและแผ่กว้าง

• ลำต้นมีขนาดหนา

• โคนต้นที่อายุมากมักเป็นพูพอน

• มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 200 เซนติเมตร

• มีสีเปลือก เป็นสีเทาอมน้ำตาล เรียบหรือแตกเป็นสะเก็ดเล็กๆ

• ลักษณะเปลือกชั้นในมีสีส้มอ่อน

• ในส่วนของกิ่งอ่อนมีรอยหูใบที่หลุดร่วงไปชัดเจน

• มีใบเดี่ยว เรียงเวียน รูปรี รูปรีแกมรูปขอบขนาน รูปไข่ หรือรูปไข่แกมรูปขอบขนาน

• มีความกว้าง 2.5-9 ซม. ยาว 8-20 ซม.

• มีปลายเป็นติ่งแหลม โคนสอบมน หรือเบี้ยวเล็กน้อย ขอบเรียบ

• แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ผิวด้านบนเกลี้ยง ด้านล่างเกลี้ยง หรือมีขนประปราย ใบแก่ผิวเรียบ ด้านบนเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างมักจะมีนวลสีเขียวเทา

• เส้นแขนงใบ ข้างละ 8-10 เส้น เส้นใบย่อยแบบร่างแหเห็นชัดเจน ทั้งสองด้าน

• ก้านใบ ยาว 0.5-1.5 ซม. เป็นร่องทางด้านบน เกลี้ยง

• หูใบมีลักษณะเป็นกรวยยาวหุ้มยอดอ่อน ปลายแหลมโค้งเล็กน้อย เป็นรูปดาบ ยาว 1.5-3 ซม. หลุดร่วงง่าย

• มันจะทิ้งร่องรอยเป็นวงแหวนบนกิ่ง ช่อดอก แบบช่อแยกแขนง ยาว 5-15 ซม. ออกตามซอกใบ หรือปลายกิ่ง ดอกมักจะออกก่อนที่จะเกิดใบชุดใหม่

• มีอาการคือ ดอกร่วงอย่างรวดเร็ว ใบประดับ รูปไข่ปลายแหลม ขนาดเล็กร่วงง่าย ดอกขนาดเล็ก สีขาวอมเขียว หรือสีเหลืองอ่อน

• กลีบเลี้ยงและกลีบดอก มีอย่างละ 5 กลีบ กลีบเลี้ยง กว้างประมาณ 0.5 มม. ยาวประมาณ 1 มม. เชื่อมกัน

• กลีบดอก กว้างประมาณ 1.5 มม. ยาว 2-3 มม. ปลายกลีบดอกจะม้วนออก

• เกสรเพศผู้ 10 อัน ติดกับขอบนอกของหมอนรองดอก รังไข่อยู่ เหนือวงกลีบ มี 2 ช่อง แต่ละช่อง มีออวุล 1 เม็ด ผล เป็นผลสด แบบผลผนังชั้นในแข็ง รูปไข่หรือรูปรี กว้าง 3-4 ซม. ยาว 4-5 ซม. มีนวลเล็กน้อย ผลมีสีเขียว เมื่อผลสุกสีเหลือง

• มีเนื้อด้านในสีส้ม เมล็ด 1 เมล็ด แข็ง รูปไข่หรือรูปรีแกมรูปไข่ ค่อนข้างแบน เนื้อในเมล็ดสีขาว และมีน้ำมัน

• สามารถพบได้ตามป่าเต็งรัง ป่าชายหาด ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ตลอดจนป่าดิบชื้น ที่สูงตั้งแต่ใกล้ระดับน้ำทะเล จนถึงประมาณ 300 เมตร

• มักจะออกดอกระหว่าง เดือนมกราคม-มีนาคม เป็นผล ระหว่างช่วง เดือน กุมภาพันธ์- สิงหาคม

• เนื้อในเมล็ดสามารถนำมาคั่วสุกมีรสมัน รับประทานได้

• น้ำมันจากเมล็ด ใช้ทำอาหาร สบู่ และเทียนไขได้ ผลสุก เป็นอาหารสัตว์ป่า


Advertisements


Advertisements
Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive