Breaking Share-Si
Loading...

องุ่น สุดยอดผลไม้บำรุงเลือด ต้านเซลล์มะเร็ง และยาอายุวัฒนะชั้นดี

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


องุ่น สุดยอดผลไม้บำรุงเลือด ต้านเซลล์มะเร็ง และยาอายุวัฒนะชั้นดี

องุ่น เป็นผลไม้ที่หลายๆ คนรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยเจ้าองุ่นนี้ มีถิ่นกำเนิดในประเทศทางแถบทะเลเมดิเตอเรเนียน ดังนั้นมันจึงสามารถเจริญเติบโตได้อย่างดี ทั้งในเขตหนาว และเขตกึ่งร้อนกึ่งหนาว ลักษณะของต้นองุ่นจะเป็นกึ่งไม้ยืนต้น กึ่งไม้เลื้อย


ดังนั้นการปลูกจึงต้องมีการสร้างหลัก หรือ ไม้สำหรับให้กิ่งเกาะ เพื่อออกผล องุ่นนั้นจะออกผลเป็นพวง ใน 1 พวงจะมีลูกองุ่นเล็กๆ จำนวนหลายสิบลูก ตามแต่ละพันธุ์

ลูกองุ่น จะมีลักษณะเป็นผลกลมรี มีรสหวานอมเปรี้ยว ฉ่ำน้ำ มีสารอาหารหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนั้นมันจึงมักถูกนำมารับประทานเพื่อเป็นอาหารสำหรับคนที่รักสุขภาพ สำหรับสรรพคุณขององุ่นนั้น มีดังต่อไปนี้

– ผลขององุ่นนั้น กินสดๆ จะช่วยบำรุงปอด ตับ ไต ม้าม โลหิต คือจะเข้าไปช่วยกระตุ้นการทำงานต่างๆ และล้างสารพิษที่ติดค้างอยู่ในอวัยภายในดังกล่าวได้ โดยเฉพาะส่วนของตับ ที่สารอาหารในองุ่น จะช่วยลดการสะสมของสารพิษที่เข้าสู่ตับ กระตุ้นการฟอกเลือด และสามารถควบคุมสมดุลของระบบต่างๆ ในร่างกายได้เป็นอย่างดี

– องุ่นมีวิตามินต่างๆ เช่น วิตามินบี 1 และวิตามินบี 2 ตลอดจนเกลือแร่ ที่ช่วยในการสร้างความสดชื่นให้กับร่างกายได้อย่างชะงัด โดยน้ำตาลประเภทต่างๆ ในองุ่นจะเป็นตัวช่วยในการดูดซึมวิตามินต่างๆ เข้าสู่ร่างกาย และน้ำตาลเหล่านั้น จะไม่เปลี่ยนรูปเป็นคาร์โบไฮเดรต ดังนั้น องุ่นจึงถือเป็นอาหารที่มีความเหมาะสมสำหรับผู้รักสุขภาพ

– ในองุ่น มีสารอาหารที่เรียกว่า โพลีฟีนอล ที่เกิดจากกระบวนการเปลี่ยนรูปจากองุ่นสดเป็นน้ำ หรือไวน์ โดยสารที่ว่านี้ มีความสามรถในการกระตุ้นการทำงาน และบำรุงสมอง ทำให้ผู้ที่ได้รับสารนี้เข้าไปเป็นประจำ จะมีความจำที่ดี มีสุขภาพของสมองที่แข็งแรง แม้ว่าจะมีอายุมากก็ตาม ดังจะมีข่าวจากงานวิจัยของต่างประเทศ ที่พบว่า การดื่มไวน์องุ่นเป็นประจำในปริมาณที่พอเหมาะ หลังอาหาร จะช่วยให้สมองแข็งแรง และมีความจำ ตลอดจนการทำงานที่ดีมากกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่ม

– องุ่น ทุกประเภทจะมีกากอาหาร หรือไฟเบอร์สูงมาก ดังนั้น มันจึงช่วยในระบบการขับถ่าย ช่วยให้สามารถถ่ายได้คล่องมากขึ้น อุจจาระไม่จับเป็นก้อนแข็ง ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคประเภทริดสีดวงทวาร นอกจากนั้นแล้ว องุ่นแห้ง หรือที่เรียกกันว่าลูกเกดนั้นสามารถใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ เพื่อรักษาอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

– ในการวิจัยของทางต่างประเทศ สามารถระบุว่า องุ่น มีส่วนช่วยในการต่อต้าน หรือการป้องกันการเกิดของเซลล์มะเร็ง โดยในองุ่นจะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ (ที่เรียกกันว่า ฟลาโวนอยด์) ซึ่งอนุมูลอิสระเหล่านั้นจะสามารถพัฒนาเป็นเซลล์มะเร็งได้ ดังนั้นจึงพูดได้ว่า การรับประทานองุ่นเป็นประจำ จะช่วยในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้

– ในองุ่นมีสารอาหารที่ช่วยกระตุ้นการควบคุมความดันโลหิต โดยการกระตุ้นการสร้างไนตริกออกไซด์ ในเยื่อยุเส้นเลือดชั้นใน นอกจากนั้นแล้ว ยังช่วยลดการสะสมของคอเลสเตอรอลในเลือดได้ โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องรับประทานทั้งเปลือกและเมล็ด เพราะในเมล็ดนั้นจะมีสารอาหารที่มากกว่าเนื้อถึง 20 เท่า

– ในองุ่นนั้น มีน้ำตาลปะเภทดี ที่สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้เร็วมาก โดยไม่เปลี่ยนไปเป็นพลังงาน ดังนั้น มันจึงมีฤทธิ์ ในการลดความเครียดได้อย่างชะงัด ซึ่งหากนำเอาองุ่นมารคั้นเป็นน้ำ แล้วดื่มเย็นๆ จะช่วยลดความเครียดที่เกิดขึ้น และทำให้ร่างกายผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี ดังจะเห็นได้จากผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำหวานต่างๆ ที่มักจะทำเป็นรสองุ่นนั่นเอง

– การกินองุ่น พร้อมเล็ด และเปลือก จะช่วยในการป้องกัน และรักษาอาการเจ็บคอที่เกิดจากอาการหวัด เป็นไข้ ไอเรื้อรังได้อย่างชะงัด โดยเฉพาะการไอแห้งที่เจ็บคอ ลองรับประทานองุ่นสดๆ จะลดอาการดังกล่าวลงได้

– องุ่น มีสรรพคุณในการลดกรดในกระเพาะอาหาร โดยสามารถลดความแน่นอืดเฟ้อหลังจากมื้ออาหารได้ เพียงรับประทานองุ่น หลังมื้ออาหารเป็นประจำ อาการอึดอัดอันเกิดจากอาการแน่นท้องนั้นก็จะค่อยๆ หายไป

– องุ่น มีฤทธิ์ในการป้องกันการเกิดของโรคหัวใจ หรืออาการหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ มันจึงเหมาะกับการเป็นอาหารของผู้ที่เป็นโรคหัวใจ อย่างไรก็ตาม หากผู้ที่เป็นโรคเบาหวานร่วมด้วย ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์


ที่มา...nanahealth.com

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive