Breaking Share-Si
Loading...

อย่าละเลย! ยาคุมกำเนิด บุหรี่...ปัจจัยเสี่ยงเกิดมะเร็งปากมดลูก

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


อย่าละเลย! ยาคุมกำเนิด บุหรี่...ปัจจัยเสี่ยงเกิดมะเร็งปากมดลูก

การติดเชื้อหูด (HPV) คือปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกมากที่สุด อีกทั้ง การสูบบุหรี่ การใช้ยาคุมกำเนิด จำนวนของผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ด้วย และภูมิคุ้มกันที่ลดลงของผู้หญิงล้วนถือเป็นปัจจัยในการเกิดโรคทั้งสิ้น


การติดเชื้อ HPV ถือเป็นปัจจัยที่เสี่ยงการที่สุดและได้รับการระบุว่ามีความแตกต่างกันถึงร้อยกว่าชนิด อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกชนิดที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูก

เนื่องด้วยเหตุนี้ ความแตกต่างกันของไวรัสนี้จึงจัดออกเป็นความเสี่ยงสูงและความเสี่ยงต่ำ ประเภทที่ 6 และ 11 อาจทำให้เกิดการระบาดของโรคหูด แต่ไม่เป็นมะเร็ง ในขณะที่ประเภทที่ 16 และ 18 จะถือว่ามีความเสี่ยงสูงในผู้หญิงบางคน และอาจทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก นอกจากนี้ ปัจจัยเสี่ยงมาจากการติดเชื้อนี้ก็ต้องใช้เวลานานว่าการติดเชื้อจะปรากฏขึ้นในร่างกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำให้เกิดผลข้างเคียง

ตามสถิติ มะเร็งปากมดลูก ถือเป็นเรื่องธรรมดามากขึ้นในหมู่สตรีผู้ที่มีคู่เซ็กซ์มากกว่าหนึ่ง

การนำเข้าปริมาณของนิโคตินหรือการสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งปากมดลูกเจ็ดเท่าในผู้หญิงที่สูบบุหรี่ ซึ่งแตกต่างจากในผู้หญิงที่ไม่สูบบุหรี่ การเลิกนิสัยที่ทำให้สุขภาพไม่แข็งแรงนี้ ความเสี่ยงก็จะลดลงตามไปด้วย

ผู้หญิงที่ทานยาคุมกำเนิดมาเป็นระยะเวลานาน พวกเธอก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งชนิดนี้ อย่างไรก็ตาม ยาคุมกำเนิดที่มีเอสโตรเจนเป็นหนึ่งในปัจจัยการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกที่ต่ำที่สุด

ผู้หญิงที่ทานยาคุมกำเนิด แต่ยังไม่มีไวรัสหูดเกิดขึ้นในร่างกาย มีโอกาสน้อยที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูก

ภูมิคุ้มกันในผู้หญิงที่ลดลง ถูกพิจารณาว่าเป็นการเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งปากมดลูก เพราะผู้หญิงเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะติดเชื้อไวรัสรวมทั้งการติดเชื้อ HPV


อ้างอิง...naturalhealthcareforyou.com

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive