Breaking Share-Si
Loading...

เทคนิคง่ายๆที่หลายคนชอบทำผิด…อยากให้ ‘แอร์รถ’ เย็น ไม่เหม็นอับต้องทำไงบ้าง

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


เทคนิคง่ายๆที่หลายคนชอบทำผิด…อยากให้ ‘แอร์รถ’ เย็น ไม่เหม็นอับ  ต้องทำไงบ้าง

เวลาโดยสารรถยนต์ การเปิดเครื่องปรับอากาศเป็นสิ่งสำคัญมาก ยิ่งเป็นเมืองไทยด้วยแล้ว การมีเครื่องปรับอากาศในรถยนต์เย็นๆนั้นถือเป็นสิ่งดีกว่าเป็นไหนๆ แต่การจะดูแลให้ระบบแอร์ในรถยนต์ทำงานได้ดีตลอดเวลาเป็นสิ่งที่ค่อนข้างยากไม่ใช่เล่น ยิ่งรถคันไหนต้องใช้งานอย่างหนักหน่วงทุกวัน โอกาสที่ระบบปรับอากาศจะพังเร็วกว่าก็มีมากกว่าแน่นอน วันนี้จึงเป็นโอกาสดีที่เราจะมาเรียนรู้วิธีการทำให้แอร์ในรถเย็นฉ่ำ ไม่มีกลิ่นเหม็นอับ หรือใช้งานได้นานที่สุดกัน  ที่นำเสนอโดย "ช่างเอก"  บริษัท มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด ถ้าพร้อมแล้วตามมาดูกันได้เลยค่ะ


ระบบปรับอากาศในรถยนต์ถือเป็นสิ่งสำคัญมากๆ  และมีผลต่อระบบการหายใจของผู้ขับขี่และผู้โดยสารอย่างสูง เนื่องจากพวกเขาต้องสูดดมอากาศที่ไหลเวียนผ่านระบบแอร์ภายในรถยนต์อยู่ตลอดเวลา หากระบบแอร์ไม่สะอาด โอกาสที่พวกเขาจะได้รับ ‘เชื้อโรค’ ก็เป็นไปได้สูง การทราบวิธีดูแลระบบแอร์รถยนต์อย่างถูกต้อง จึงมีผลต่อความปลอดภัยทั้งตัวคุณเอง รวมทั้งยังยืดอายุให้แก่ระบบแอร์ให้ทนทาน สามารถอยู่คู่กับรถยนต์ของคุณไปได้อีกนานแสนนานด้วย


วิธียืดอายุระบบปรับอากาศในรถยนต์

1. ก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ทุกครั้ง ควรปิดสวิตช์ควบคุมคอมเพรสเซอร์ ( A/C) ก่อน
ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้คอมเพรสเซอร์เป็นตัวฉุดกำลังขณะสตาร์ทรถยนต์นั่นเอง


2. เปิดแอร์โดยใช้ความเร็วพัดลมสูงก่อน
เมื่อสตาร์ทและวอร์มอัพจนเครื่องยนต์อยู่ในอุณภูมิที่พร้อมใช้ ควรเปิดแอร์โดยใช้ความเร็วพัดลมสูงก่อน เพื่อเป็นการไล่ความร้อนในระบบแอร์ จากนั้นจึงเปิดสวิตช์ A/C และปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับสภาพอากาศขณะนั้น


3. ใช้วิธีปรับอุณหภูมิสูงขึ้น แทนการหันช่องแอร์หนี
หากรู้สึกว่าอุณหภูมิเย็นเกินไป ให้ปรับอุณหภูมิสูงขึ้น แทนการใช้วิธีหันช่องแอร์หนี เพราะการกระทำแบบนี้จะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักโดยไม่จำเป็น


4. ปิดก่อนถึงปลายทาง
ก่อนถึงจุดหมายปลายทางประมาณ 5 - 10นาที ให้ปิดสวิตซ์ A/C และเปิดพัดลมไปที่ความเร็วสูงสุดแทน ทั้งนี้ก็เพื่อลดภาระการทำงานของคอมเพรสเซอร์ และทำเพื่อไล่ความชื้นออกจากคอล์ยเย็นไม่ให้เกิดการสะสมจนเกิดเชื้อแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดกลิ่นอับ เมื่อถึงที่หมายจึงค่อยปิดพัดลมแล้วดับรถยนต์


5. ไม่ควรใช้น้ำหอมชนิดที่มีแอลกอฮอล์
ไม่ควรนำน้ำหอมชนิดที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบมาเสียบไว้หน้าช่องแอร์ เพราะจะทำให้ตู้แอร์ผุกร่อนเร็วขึ้น


6. รถที่จอดตากแดดต้องไล่ความร้อนออกก่อน
เมื่อนำรถไปจอดตากแดดเอาไว้เป็นเวลานานๆ ก่อนใช้รถควรเปิดลมเปล่าให้แรงสุดเสียก่อน โดยยังไม่เปิดสวิตซ์ A/C ทั้งนี้ก็เพื่อไล่ความร้อนที่มีอยู่ในระบบแอร์เสียก่อน จากนั้นจึงค่อยเปิดสวิตซ์ A/C


7. เปิดลมเปล่าให้แรงสุดก่อนจอดรถทิ้งไว้นานๆ
ก่อนจอดรถทิ้งไว้นานๆ ควรเปิดลมเปล่าให้แรงสุดๆ โดยปิดสวิตซ์ A/C ประมาณ 5 นาที เพื่อไล่ความชื้นหรือน้ำที่ค้างอยู่ในตู้แอร์ออกก่อน เพราะตู้แอร์ที่ทำจากอลูมิเนียมจะเกิดการผุกร่อนได้ง่าย อีกทั้งยังทำให้ตู้แอร์มีกลิ่นเหม็นอับลดน้อยลงได้อีกด้วย


8. ไม่ควรเปิดกระจกบ่อยๆ
ไม่ควรเปิดกระจกขับรถบ่อยๆ เพราะจะทำให้ฝุ่นละอองจากภายนอกเข้ามาอุดตันตู้แอร์ได้เร็วมากยิ่งขึ้น แต่หากมีเหตุจำเป็นที่ทำให้ต้องเปิดกระจกขับรถ ควรปิดช่องแอร์บริเวณคอลโซลหรือจุดที่แอร์ออกให้หมด เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นเข้าไปในระบบแอร์ ใช้งานให้ยืนยาวขึ้น แถมช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้อีกด้วย.

9. ถ้าแอร์ไม่เย็นอย่าฝืน
เมื่อรู้สึกว่าแอร์ไม่เย็น ให้รีบปิดน้ำยาแอร์หรือสวิตซ์ A/C ทันที โดยยังสามารถใช้ลมเปล่าได้อยู่ ทั้งนั้ก็เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คอมเพรสเซอร์เสียหาย จากนั้นจึงนำรถไปตรวจเช็คความผิดปกติทีหลัง

เพียงแค่ดูแลรักษาระบบแอร์รถยนต์ให้ถูกวิธี ก็สามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของรถยนต์สุดรักสุดหวงของคุณได้แล้ว แม้ว่าทำไปวันนี้แล้วคุณอาจจะยังไม่เห็นผลสักเท่าไร แต่พอนานวันเข้า คุณจะรับรู้ได้เองว่า รถยนต์ของคุณนั้นพบเจอกับปัญหาที่น้อยกว่าคนอื่นๆได้อย่างแน่นอน.

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก dailynews.co.th และ mmsboschcarservice.com

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive