Breaking Share-Si
Loading...

มหัศจรรย์! ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ง่ายๆ แค่ต้มไข่กับสิ่งนี้...แล้วกิน

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


มหัศจรรย์! ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ง่ายๆ แค่ต้มไข่กับสิ่งนี้...แล้วกิน

ผู้เชี่ยวชาญมากมายทั่วโลก ล้วนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า หากคุณต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สิ่งเดียวที่คุณต้องทำคือต้มไข่!

สูตรนี้อาจทำได้ไม่ง่ายนัก คุณแค่ทำตามคำแนะนำต่อไปนี้ของเรา เพื่อเรียนรู้วิธีการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด


ในปัจจุบัน คนจำนวนมากทั่วโลก ล้วนทุกข์ทรมานจากการเป็นโรคเบาหวาน ปัญหาสุขภาพนี้เป็นผลมาจากการหยุดผลิตอินซูลินจของตับอ่อน หรือเนื่องจากการใช้งานที่ไม่เหมาะสมของอินซูลินที่ถูกผลิต ซึ่งเป็นตัวเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด

อาการโดยทั่วไปของโรคเบาหวานมีทั้ง น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว เหนื่อยง่าย ดวงตาพร่ามัว ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ และมีอาการคันบริเวณรอบๆพื้นที่พิเศษ หากปล่อยโรคเบาหวานไว้โดยไม่ได้รับการรักษา มันสามารถนำไปสู่อาการไตวาย โรคหัวใจ ตาบอด เส้นประสาทได้รับความเสียหาย และหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

ทำตามสูตรดังต่อไปนี้จะช่วยให้คุณรับมือกับปัญหานี้ได้ อย่างไรก็ตาม โปรดจำไว้ว่าคุณไม่ควรบริโภคอาหารใดๆที่จะไปเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด

ขั้นตอนการเตรียมนั้นง่ายมาก และสิ่งเดียวที่คุณต้องใช้คือไข่ต้ม


นี่คือขั้นตอนการทำ:


นำไข่มาต้ม และปอกเปลือกออก จากนั้นนำส้อมมาทิ่มไปให้ทั่วหลายๆครั้ง เสร็จแล้วใส่ไว้ในภาชนะ เทน้ำส้มสายชูลงไป และทิ้งค้างคืนเอาไว้

ในตอนเช้า คุณควรกินไข่ลูกนั้นพร้อมกับน้ำอุ่นผสมน้ำส้มสายชูหนึ่งช้อนชา ทำตามสูตรนี้ไปหลายๆวัน (ประมาณ 1 สัปดาห์) และคอยเช็คระดับน้ำตาลในเลือดของคุณ

ผลลัพธ์ที่ได้จะทำให้คุณตกตะลึง ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณจะลดลงอย่างมาก หลังจากที่คุณกินไข่ต้ม!

***หากระดับน้ำตาลในเลือดลดลงมาสู่ระดับปรกติ ให้ทิ้งช่วงการกินไปสักระยะ แล้วค่อยกลับมากินซ้ำ

***หมั่นตรวจเช็คสุขภาพเป็นประจำ


ที่มา: news.thaiza.com

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive