Breaking Share-Si
Loading...

แจกสูตร! ขนมชั้น ไม่ต้องนวดแป้ง แป้งใสนุ่มๆ หอมหวานอร่อย

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


แจกสูตร! ขนมชั้น ไม่ต้องนวดแป้ง แป้งใสนุ่มๆ

ขนมชั้น ไม่ต้องนวดแป้ง แป้งใสนุ่มๆ มันอาจจะเยอะไปก็ลดสัดส่วนลงมา ครึ่งนึงนะคะ ขนมนี้เขาว่า 190 กิโลแคลลอรี่ต่อชิ้นนะคะ มีใครกลัวบ้างเอ่ย



ส่วมผสม


- แป้งท้าว 200 กรัม
- แป้งมัน 100 กรัม
- แป้งข้าวจ้าว 120 กรัม
- หัวกะทิ 900 กรัม
- น้ำตาลทรายขาว 600 กรัม
- ใบเตย 10 ใบ
- พิมพ์ซิลิโคน 25 ใบ

*ถ้าใช้แป้งท้าวคุณจะได้ขนมที่เหนียว ใสและหนึบๆ แต่ถ้าไม่มีให้ใช้แป้งมันในอัตราของแป้งท้าว แต่อาจจะแข็งนิดนึงนะคะ *


ขั้นตอนการทำ


1. นำแป้ง 3 ชนิดรวมกันให้ดี แบ่งให้เท่าๆกัน 2 ชาม พักไว้

2.นำกะทิทั้งหมด และ น้ำตาลทราย ขึ้นตั้งไฟเคี่ยวจนพอน้ำตาลละลาย รออุ่นเกือบเย็น แบ่งครึ่ง ครึ่งแรก ปั่นกับใบเตย 10 ใบที่ซอยไว้แล้ว กรองให้เหลือแต่น้ำกะทิให้สะอาดไม่มีเศษ

3. น้ำกะทิใบเตยแรกเทใส่แป้งที่รอไว้ชามแรก ใช้มือคนจนแป้งไม่จับตัวเป็นเม็ด และกะทิสีขาว เทใส่ชาม ที่มีแป้งรอไว้ คนจนแป้งละลาย กรองเช่นเดียวกันทั้ง 2 สี



4. นำถ้วยซิลิโคนทาน้ำมัน หรือไม่ทาก็ได้ เราไม่ทา มันร่อนออกอยู่แล้ว ยกเว้นคุณใช้พิมพ์เหล็กต้องทานะคะ ไม่งั้นติด วางถ้วยลงไป นึ่งให้ร้อนสักนิด รอน้ำเดือดจัดๆ แล้วรี่ไฟอ่อน เปิดฝา เทขนม ใครใช้กะ 1-2 ชต ก็ 1-2 ชต ไปตลอดนะคะ สำหรับถ้วยเล็กๆ

5. ปิดฝาเร่งไฟแรง นึ่งยาวไปที่ 7-10 นาที ค่อยเปิดฝาอย่าให้น้ำกยดลงขนมนะ(เอียงฝาลง1 ข้างให้น้ำไหลออกลงซึ้งแล้วยกฝาขึ้น)

6. หยอดต่อไป ทำแบบนี้จนหมดเลยคะ ยาวไปๆๆ 555 นานคะ ขนมนี้ทำนานต้องใจเย็นๆนะ

7. สำคัญข้อที่ 1 คือชั้นสุดท้าย ใครพิมพ์ขนาดเท่าบุ๋ม พิมพ์พุดดิ้ง นึ่งยาวไป 30 นาทีคะ

8. สำคัญข้อที่ 2 ห้ามตัด ห้ามทำอะไรทั้งสิ้นจนกว่าจะเย็นสนิท หามีดชุบน้ำร้อนตัด ขนมจะได้ไม่ติดกันนะ
จบแว้วววววววว ชะเอิ่งเอิงเอย


ขอบคุณที่มา https://www.facebook.com/groups/thailandfood2015/

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive