Breaking Share-Si
Loading...

อึ้งไปเลย!! ความจริง 12 ประการ ที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับการผายลม

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


อึ้งไปเลย!! ความจริง 12 ประการ ที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับการผายลม

ผู้คนมักจะหัวเราะเมื่อมีใครสักคนเรอ สะอึก หรือผายลม บางครั้ง พวกเขาก็ถึงกับอายและรำคาญระบบการทำงานของร่างกายเหล่านี้ ใช่ เสียงของมันดึงดูดความสนใจและมีกลิ่นตุๆ ซึ่งออกมาจากก้นของเรา แต่คุณรู้เกี่ยวกับการผายลมมากน้อยแค่ไหน? นี่คือความจริง 12 ประการเกี่ยวกับการผายลมที่คุณไม่เคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อน...


- ผู้ชายเป็นเพศที่ผายลมมากกว่าผู้หญิง

- คำว่า Forth ที่แปลว่าออกมา/ออกจาก ความหมายเดิมคือผายลม ซึ่งคำนี้ได้รับประกาศเกียรติคุณในปี 1962

- คนปกติหนึ่งคนจะผายลมวันละ 14 ครั้ง

- ซึ่งการผายลม 14 ครั้ง เพียงพอที่จะสูบบอลลูนให้เต็มได้

- คุณควรรู้ไว้ว่าระบบทางเดินอาหารที่ดีจะเป็นตัวผลิตตด ซึ่งนั่นหมายความว่าคุณสุขภาพดี คุณไม่ควรอับอายเวลาที่คุณผายลม และหากคุณไม่ผายลมเลย ก็ควรจะไปพบแพทย์

- ตดสร้างก๊าซไข่เน่าและช่วยลดความเสียหายของแหล่งสร้างพลังงานเซลล์ คนที่ตดมีกลิ่นคือคนสุขภาพดี และหลังจากที่คุณตดไปแล้ว ก็ควรจะสูดดมกลิ่นนั้นเข้าไปลึกๆ

- ผู้หญิงมีการสร้างก๊าซไข่เน่าเข้มข้นสูงกว่า ซึ่งนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเธอถึงตดเหม็นกว่าผู้ชาย และเช่นเดียวกัน กลิ่นตดของผู้หญิงเมื่อสูดดมเข้าไปจะยิ่งทำให้สุขภาพดีมากยิ่งขึ้น

- ตดจะมีค่าลอยเท่ากับ 10 ต่อหนึ่งวินาที

- คุณจะผายลมได้ดังกว่าหากคุณมีกล้ามเนื้อหูรูดแน่น เพราะว่ามีพื้นที่ความบีบเล็กกว่าเวลาปล่อยมันออกมาแต่ละครั้ง

- หากคุณรู้จักบางคนที่ผายลมบ่อยและดื่มโซดา หรือเคี้ยวหมากฝรั่งเยอะ รีบเอาพวกมันไปอยู่ให้ห่างจากพวกเขา คุณควรจะทำอย่างนั้น เพราะหมากฝรั่งและโซดาจะยิ่งทำให้เขาผายลมมากยิ่งขึ้น

- ในช่วงกลางคืน ขณะที่เราหลับ การผายลมส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นในช่วงนั้น

- สัตว์ที่ผายลมมากที่สุดคือปลวก จากนั้นก็ตามมาด้วยอูฐ ม้าลาย แกะ วัว ช้าง และหมา (โดยเฉพาะที่อยู่ในห้องทดลองและหมาพันธุ์รีทรีฟเวอร์)


อ้างอิง...goodmorningcenter.com

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive