Breaking Share-Si
Loading...

มีแต่รวย กับ รวย "เลี้ยงปลาช่อนในบ่อซีเมนต์" ลงทุน 1,500 กำไร 72,000 บาทต่อเดือน!!

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


มีแต่รวย กับ รวย "เลี้ยงปลาช่อนในบ่อซีเมนต์" ลงทุน 1,500 กำไร 72,000 บาทต่อเดือน!!

เกษตรกร เผย 'ปลาช่อนในบ่อซีเมนต์' ทางเลือกใหม่ เลี้ยงง่าย สร้างรายได้ดี  และเป็นปลาเศรษฐกิจ รวมถึงเป็นที่ต้องการของตลาด


โดยวิธีการทำเริ่มจากเตรียมบ่อซีเมนต์หลายขนาด จากนั้นหาลูกปลาช่อนขนาดตัว 1-2 นิ้ว มาเลี้ยง ระยะนี้ให้ใช้อาหารชนิดผงของปลาดุกเล็กมาปั้นก้อนขนาดเท่าหัวแม่มือ 2-3 ก้อน ให้เป็นอาหาร สัปดาห์ต่อมาควรฝึกให้กินจิ้งหรีดตัวเล็กๆ เมื่อลูกปลาอายุ 1 เดือน จะย้ายปลาช่อนลงบ่อเลี้ยงขนาด 5?10 เมตร จำนวนบ่อละ 2,000 ? 3,000 ตัว ให้ใช้หอยเชอรี่มาต้มทั้งตัว และแคะเอาแต่เนื้อหอยมาสับให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ นำไปใส่ในบ่อ ช่วงนี้กรณีมีจิ้งหรีดไม่เพียงพอ ให้ใช้หอยเชอรี่มาต้มทั้งตัว และแคะเอาแต่เนื้อหอยมาสับให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ และนำไปให้ปลาช่อนกิน โดยประมาณ 15 วัน จะต้องทำความสะอาด และเปลี่ยนถ่ายน้ำ



ทั้ง นี้ ตลอดระยะเวลาช่วงเลี้ยง 8-9 เดือน ซึ่งตัวรุ่นเล็ก 2,500 ตัว จะได้น้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 1,200 กิโลกรัม จะขายกิโลกรัมละ 60 บาท เป็นอย่างต่ำ รวมแล้วเป็นเงิน 72,000 บาท การลงทุนหากไม่คิดค่าบ่อ คิดแต่ค่าอาหารช่วงปลาเล็กๆ ค่าน้ำ ค่าไฟ ใช้แรงงานในครัวเรือนแล้วใช้เงินประมาณ 1,500บาท/รุ่น ซึ่งก็ทำให้มีกำไรสูงมาก ถ้าเลี้ยงหมุนเวียนประมาณ 3 บ่อ ก็จะมีรายได้เป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ปลาช่อนยังเป็นปลาเศรษฐกิจที่ขายได้ทุกขนาด และเป็นที่ต้องการของตลาดมาก ยิ่งน้ำหนักตัวละ 8-9 ขีด ไปจนถึง 1กิโลกรัม จะได้ราคาดี อยู่ที่กิโลกรัมละ70-80 บาท หากนำปลาช่อนไปเผา จะขายได้ตัวละ 90-100 บาท โดยปลาช่อนที่มีขนาดเล็ก ราคาจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 50-60 บาท แต่หากแปรรูปเป็นปลาเค็ม และปลาช่อนแดดเดียว จะอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 120 บาท เลยทีเดียว

ที่มา : http://www.saraupdate.com/1688

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive