Breaking Share-Si
Loading...

รู้ไว้ก่อนสาย !! อาการเตือน 5 "มะเร็ง" อาจจะทำให้คุณตายได้ โดยไม่รู้ตัว เช็คด่วนเลย

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


รู้ไว้ก่อนสาย !! อาการเตือน 5 "มะเร็ง" อาจจะทำให้คุณตายได้ โดยไม่รู้ตัว เช็คด่วนเลย !??

ข่าวคนดังเป็น "มะเร็ง" มีให้เราเห็นอยู่เป็นระยะๆ ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงแถวหน้าของฮอลลีวูดอย่าง แองเจลินา โจลี ที่ต้องเฉือนเต้านมทั้งสองข้างอย่างกะทันหัน เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเต้านม ส่วนในวงการแฟชั่นไทย ไม่นานมานี้ เมคอัพอาร์ทิสต์มือทอง ′เป็ด′ อภิชาติ นรเศรษฐาภรณ์ ก็เพิ่งเสียชีวิตจาก "มะเร็งลำไส้"


ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ รักษาจนหาย แต่จากการโหมงานอย่างหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้อาการทรุดและเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หลายคนแทบไม่อยากเชื่อ แต่คนจำนวนไม่น้อยก็เริ่มวิตกกังวล สรรหามาขยายฉบับนี้จึงขอนำอาการเตือน 5 มะเร็งที่คนเป็นกันบ่อย มาบอกต่อ เพื่อส่งสัญญาณเตือนให้ผู้อ่านได้ไหวตัวทันก่อนที่เนื้อร้ายจะเข้ามาแฝงในร่างกายโดยที่คุณเองไม่รู้ตัว


มะเร็งตับ


"ตับ" เป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย มีน้ำหนักเฉลี่ย 1.5 กิโลกรัม ทำหน้าที่สร้างสารอาหารและจัดการของเสียในร่างกาย ซึ่งโรคที่ร้ายแรงที่สุดที่จะเกิดขึ้นกับตับคือ "โรคมะเร็งตับ" โรคเงียบที่คนไทยมีอัตราการเสียชีวิตสูงที่สุด และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่วนใครที่ชอบบ่นว่าอ่อนเพลีย หมดแรง เบื่ออาหาร จุกเสียด แน่นท้อง ท้องบวมขึ้น หายใจลำบาก น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว

นั่นก็เป็นเพราะสมรรถภาพการทำงานของตับด้อยลง เนื่องด้วยพฤติกรรมการกินของคนไทยเปลี่ยนไป คนนิยมบริโภคอาหารตะวันตก จำพวก แป้ง น้ำตาล ไขมัน มากขึ้น จึงกระตุ้นให้เกิดไขมันพอกตับ อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดตับอักเสบเรื้อรังและพัฒนาการเป็นตับแข็ง ขณะที่ผู้ป่วยบางกลุ่มที่ได้รับสารอะฟลาท็อกซินที่สร้างขึ้นจากเชื้อราในอาหารจำพวก ถั่วลิสงบด พริกแห้ง หัวหอม กระเทียม องุ่นแห้ง ปลาตากแห้ง เหล่านี้เป็นจำนวนมาก ก็อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี อันนำไปสู่โรคมะเร็งตับในอนาคตได้เช่นกัน

มะเร็งปอด


มะเร็งปอดเป็นโรคที่มักไม่มีสัญญาณเตือนในระยะแรก จึงทำให้ร้อยละ90 ของผู้ที่เข้ารับการตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งปอดและเสียชีวิตภายใน 1-2 ปี แต่ถึงแม้ว่าระยะเริ่มแรกจะไม่มีอาการใดๆ ที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจนเลยก็ตาม เราสามารถรู้ทันโรคนี้ด้วยการสังเกตจากอาการ เช่น หากรู้สึกว่ามีแรงน้อยลงขณะเดินขึ้นที่สูง นั่งหอบ เจ็บแปลบๆ ตรงซี่โครง เสียงแหบ มีอาการระคายเคือง ไอเรื้อรัง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุของอาการเหล่านั้น ไม่ควรปล่อยปะละเลยและคิดว่าเป็นเพียงแค่อาการเล็กๆ น้อยๆ ทานยาปะเดี๋ยวก็หาย เพราะถ้าคิดเช่นนั้น วันข้างหน้าเราอาจมีก้อนมะเร็งที่กำลังขยายตัวขึ้นในปอดอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะคนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงจากการสูบบุหรี่

มะเร็งเต้านม


เป็นมะเร็งที่ผู้หญิงเป็นมากอันดับ 1 ข้อเสียของโรคมะเร็งเต้านมจะไม่มีสัญญาณใดๆ เตือนให้ทราบล่วงหน้าเลย และเมื่อไรที่มีการตรวจพบว่ามีก้อนไตแข็งๆ ที่บริเวณใดบริเวณหนึ่งของเต้านม กดแล้วรู้สึกเจ็บ หรือมีอาการอื่นๆ เช่น มีเลือดออกที่หัวนม เต้านมบวมเป็นเปลือกส้ม นั่นก็หมายความว่าโรคร้ายได้มาเยือนแล้ว ดังนั้นสิ่งที่รับมือได้ดีที่สุดในการรู้เท่าทันโรคนี้ คือ การตรวจเต้านมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทราบว่าเรามีโรคร้ายแฝงอยู่หรือไม่ ทั้งนี้หากตรวจพบไวก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการรักษามากยิ่งขึ้น

มะเร็งปากมดลูก


มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 2 ของมะเร็งทั้งหมดในสตรีไทย และพบมากในช่วงอายุ 35 - 60 ปี โดยสาเหตุหลักนั้นเกิดจากไวรัส Human Papilloma Virus หรือHPV แพร่กระจายผ่านการสัมผัสทางผิวหนังระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ จึงทำให้เกิดอาการตกขาวออกมาผิดปกติ มีเลือดปนและมักมีกลิ่นเหม็น มีประจำเดือนไม่ปกติ กะปริบกะปรอย หรือบางครั้งออกมาก มีเลือดออกขณะหรือหลังร่วมเพศ มีเลือดออกหลังวัยหมดประจำเดือน อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด เหล่านี้หากตรวจพบในระยะแรกเริ่มที่เซลล์มะเร็งยังอยู่ภายในชั้นเยื่อบุผิวปากมดลูกและยังไม่ลุกลามเข้าไปในเนื้อปากมดลูกจะสามารถป้องกันการกลายเป็นมะเร็งปากมดลูกได้

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่


มะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตเป็นปกติ ทานอาหารได้ปกติ แต่ที่มีอาการแสดงว่ามะเร็งลุกลามไปแล้ว ซึ่งการลุกลามของมะเร็ง หากเป็นระยะแรกจะอยู่เฉพาะผิวของลำไส้ ระยะสองพ้นผนังลำไส้ ระยะสามแพร่กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลือง และระยะสี่แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ โดยมากจะไปยังตับและปอด ซึ่งแต่ละระยะถือว่าใช้เวลานานหลายปี

ดังนั้น การจะทราบว่ามีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือไม่ สามารถทำได้ด้วยวิธีการตรวจคัดกรอง เพื่อตรวจหาความผิดปกติเบื้องต้นก่อนที่โรคจะลุกลามกลายเป็นมะเร็ง ทั้งนี้หากใครเคยมีพฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนแปลงไป เช่น ท้องผูกสลับท้องเสีย อุจจาระก้อนเล็กลง อุจจาระมีมูกเลือดปะปน หรือมีอาการถ่ายอุจจาระไม่สุด ให้รู้ไว้ว่าเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนจากมะเร็งลำไส้ใหญ่

รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมตรวจเช็กสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ หมั่นออกกำลังกายควบคู่ไปกับดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง และหากพบเจอสิ่งที่ผิดปกติในร่างกายอย่านิ่งนอนใจ ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองโดยแพทย์ เพื่อที่เราจะได้มีชีวิตอยู่คู่กับคนที่เรารักไปอีกนาน


ที่มา : เว็บไซต์มติชนออนไลน์

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive