Breaking Share-Si
Loading...

เผยวิธีต้มกะหล่ำปลีไม่ให้มีกลิ่นเหม็นเขียว เพียงทำแบบนี้

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


วิธีต้มกะหล่ำปลีไม่ให้มีกลิ่นเหม็นเขียว


กะหล่ำปลี เป็นผักอีกชนิดที่มีคุณค่าทางอาหารสูง ช่วยยับยั้งและขัดขวางไม่ให้น้ำตาลและแป้งกลายเป็นไขมัน ช่วยลดน้ำหนักและคอเลสเตอรอล ช่วยรักษาช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารอีกด้วย

แต่เวลาเพื่อนๆ หลายคนทำอาหารมักจะมีกลิ่นเหม็นเขียวติดมาด้วยนะสิ วันนี้แอดมินมีวิธีขจัดปัญหาเหล่านั้นมาฝากค่ะ


วิธีที่ 1 : ต้มน้ำให้เดือดใส่กะหล่ำปลีลงไป เปิดฝาหม้อเล็กน้อย นำขนมปังแผ่นมาวางบนปากหม้อสัก 3-4 แผ่น จะช่วยดูดกลิ่นออกไปได้

วิธีที่ 2 : เติมผงฟู (เบคกิ้งโซดา) ลงไปในน้ำต้มกะหล่ำปลีประมาณ 1/2-1 ช้อนชา จะช่วยกำจัดกลิ่น และทำให้กะหล่ำปลีนิ่มขึ้นได้อีกด้วย


ประโยชน์ของกะหล่ำปลี ของดีๆ ที่สารอาหารเพียบ


กะหล่ำปลีเป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่มีคุณค่าทางอาหารสูง ไม่ว่าจะเป็นวิตามินหรือแร่ธาตุ ที่มีอยู่ในปริมาณสูง รวมทั้งไฟเบอร์ที่ดีต่อร่างกาย นอกจากนี้ค่าดัชนีน้ำตาลในกะหล่ำปลีหนึ่งถ้วยก็ยังมีแค่เพียง 2 กรัมเท่านั้น ส่วนแคลอรีนั้น กะหล่ำปลี 100 กรัมก็มีปริมาณแคลอรีอยู่ที่ 25 กรัมค่ะ
         

คุณค่าทางโภชนาการของกะหล่ำปลีต่อ 100 กรัม


          น้ำ 92 กรัม
          โปรตีน 1.28 กรัม
          วิตามินบี 1 0.061 มิลลิกรัม
          วิตามินบี 2 0.040 มิลลิกรัม
          วิตามินบี 3 0.234 มิลลิกรัม
          วิตามินบี 6 0.124 มิลลิกรัม
          วิตามินซี 36.6 มิลลิกรัม
          วิตามินเอ 98 ยูนิต
          โฟเลต 43 ไมโครกรัม
          ไฟเบอร์ 2.5 กรัม
          โพแทสเซียม 170 มิลลิกรัม
          ฟอสฟอรัส 26 มิลลิกรัม
          แมกนีเซียม 12 มิลลิกรัม
          ธาตุเหล็ก 0.47 มิลลิกรัม
          แคลเซียม 40 มิลลิกรัม

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive