Breaking Share-Si
Loading...

เช็คด่วน!! ฉีดวัคซีนป้องกัน มะเร็งปากมดลูก "ฟรี" เริ่มแล้วนะตามรายละเอียดนี้เลย!

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


เช็คด่วน!! ฉีดวัคซีนป้องกัน มะเร็งปากมดลูก "ฟรี" เริ่มแล้วนะตามรายละเอียดนี้เลย!

ขณะนี้คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติมีมติเห็นชอบและให้บรรจุ วัคซีนป้องกัน มะเร็งปากมดลูก (วัคซีนเอชพีวี) ในรายการบัญชียาหลักแห่งชาติแล้ว ทำให้วัคซีนเอชพีวี เป็นวัคซีนตัวที่ 11 ในรอบ 17 ปี


คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและสามารถให้บริการฉีดวัคซีนเอชพีวีได้ ภายในปี 2560 นี้ และจะมีการนำร่องให้บริการฉีดวัคซีนเอชพีวีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในกลุ่มเป้าหมาย เป็นเด็กหญิงที่กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.5 ซึ่งมีอยู่ประมาณ 400,000 คนทั่วประเทศ ถือเป็นวัยที่เหมาะสมที่สุด ในการได้รับวัคซีนและสอดคล้องตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก จากเดิมที่ต้องฉีดถึง 3 เข็ม จะฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 6 เดือน นอกจากจะเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิผลในการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกได้แล้วยังนับเป็นวัคซีนที่มีความคุ้มทุนกับการนำมาใช้และช่วยให้ทุ่นค่าใช้จ่ายลงได้

อย่างไรก็ตาม มะเร็งปากมดลูก นับเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับต้นๆในหญิงไทย ที่คร่าชีวิตผู้หญิงไทยมากถึงปีละประมาณ 5,000 รายและมีผู้ป่วยรายใหม่ปีละกว่า 10,000 ราย การให้วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกจะช่วยลดความสูญเสียชีวิตอีกทางหนึ่งนอกเหนือจากการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่มีการตรวจอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน นอกจากนี้ วัคซีนเอชพีวี ยังเป็นวัคซีนที่ทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ได้เตรียมที่จะขยายสิทธิประโยชน์ด้านวัคซีนสำหรับเด็กเพิ่มเติม โดยได้จัดทำคำของบประมาณปี 2560 เพื่อรองรับการให้บริการวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกหรือวัคซีนเอชพีวี ในสิทธิตามระบบหลักประกันสุขภาพเรียบร้อยแล้ว หากประชาชนมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

ขอบคุณที่มา : สำนักโรคติดต่อทั่วไป/สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค

ที่มา : siamdrama.com

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive