Breaking Share-Si
Loading...

เตือนให้รู้ไว้! ใครชอบนอนกระตุก คล้ายตกเหว เสี่ยงตายได้นะครับ เพราะสะเหตุแบบนี้…

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


เตือนให้รู้ไว้! ใครชอบนอนกระตุก คล้ายตกเหว เสี่ยงตายได้นะครับ เพราะสะเหตุแบบนี้…

เวลาเรากำลังนอนหลับพักผ่อน เคยรู้สึกตัวหรือไม่ว่า ตอนเรานอนนั้นร่างกายของเราเกิดการกระตุก เช่น ขากระตุก แขนกระตุก บางครั้งเราก็รู้ตัว บางครั้งก็ไม่รู้ตัว


โดยอาการนี้เรียกว่า hypnic jeks หรือ คือ อาการกระตุกขณะนอนหลับ อาการกระตุกขณะนอนหลับนั้นเกิดจาก การทำงานของกล้ามเนื้อเป็นระยะขณะนอนหลับ มีระดับความรุนแรงต่างกัน

โดยบางคนแค่กระดิกเท้า หรือบางคนรุนแรงถีบผ้าห่มก็มี ส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัว หรือรู้สึกตัวเพียงเล็กน้อยแล้วหลับต่อ หรือหากกระตุกบ่อยครั้งต่อคืน อาจทำให้เกิดการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอได้

ซึ่งอวัยวะที่เกิดอาการกระตุกบ่อยๆ ได้แก่ ขา จึงมีชื่อเรียกเฉพาะทางว่า โรคภาวะขากระตุกขณะนอนหลับส่วนใหญ่สันนิษฐานว่าอาการนี้เกิดจากความเครียดก่อนจะนอนหลับ หรือเกิดจากโรคบางชนิด เช่น โรคเส้นเลือดในสมองตีบ โรคไต โรคเบาหวาน

และยังสันนิษฐานอีกว่าเกิดจากปฏิกิริยาที่สับสนของสมอง ระบบการทำงานของร่างกายปรับตัวน้อยลงในขณะนอนหลับ กล้ามเนื้อต่างๆในร่างกายก็ปรับตัวช้าลงเช่นกัน

เมื่อสมองสับสน เพราะกล้ามเนื้อคลายตัวพร้อมกัน ทำให้รู้สึกเหมือนตกจากที่สูง สมองจึงตอบสนองให้กล้ามเนื้อเกร็งกระตุกอย่างรวดเร็ว

ยังมีโรคที่คล้ายกันกับอาการกระตุกขณะนอนหลับคือ อาการขาอยู่ไม่สึก จะรู้สึกเหมือนอะไรคลานอยู่ที่ขา ทำให้ต้องขยับขาอยู่บ่อยๆ มักเป็นในเวลาเข้านอน

อาการกระตุกขณะนอนหลับไม่ใช่สิ่งที่ร้ายแรง และพบได้ทุกเพศ ทุกวัย ไม่ต้องกังวล เพียงแค่สังเกตตัวเองว่ามีอาการกระตุกรุนแรงหรือไม่

หากรุนแรงสามารถพบแพทย์เพื่อขอยามาทาน เพื่อให้การนอนพักผ่อนมีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อไป

ข้อมูลและภาพประกอบจาก :  http://www.naarn.com/12353/

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive