Breaking Share-Si
Loading...

แชร์เก็บไว้เลย ยาธาตุน้ำขาว กับ ยาธาตุน้ำแดง ต่างกันอย่างไร และควรจะกินเวลาไหน?

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


แชร์เก็บไว้เลย ยาธาตุน้ำขาว กับ ยาธาตุน้ำแดง ต่างกันอย่างไร และควรจะกินเวลาไหน?

เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกับยาสามัญประจำบ้านกันบ้าง ในวันนี้เราจะขออธิบายเกี่ยวกับการใช้ยาธาตุน้ำขาวและยาธาตูน้ำแดง ว่าทั้งสองชนิดนี้แตกต่างกันอย่างไร และควรทานเมื่อไรถึงจะเหมาะสม เพราะหากใช้ไม่ถูกทาง อาจส่งผลเสียต่อร่างกายท่านได้


ยาธาตุน้ำแดง มีรสหวานเล็กน้อย เย็น ซ่า เผ็ดร้อนเล็กน้อย

มีฤทธิ์เป็นยาระบาย โดยการกระตุ้นให้เกิดการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ แก้ธาตุอ่อน ขับลมในลำไส้ ท้องอืดเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยว ช่วยให้การขับถ่ายเป็นปรกติ

ขับลม เป็นยาระงับเชื้อโรคอย่างอ่อน แก้จุกเสียด แก้ปวดท้อง ท้องร่วง

ลดการเป็นกรดในกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการท้องอืดเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยว โดยโซเดียมไบคาร์บอเนตจะทำให้สภาพความเป็นกรดในกระเพาะอาหารเป็นกลางมากขึ้น

ยาธาตุน้ำขาว ใช้แก้ปวดท้อง แก้ท้องเสีย ท้องอืด/ท้องเฟ้อ จุกเสียด และแน่นท้อง ช่วย รักษาอาการลำไส้อักเสบ นอกจากนี้ยังช่วยขับลมได้ เคลือบกระเพาะอาหารในการทำลายเชื้อโรคในลำไส้ หรือควบ คุมเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะอาหารที่เป็นต้นเหตุให้กระเพาะอาหารมีกรดมาก

ยาธาตุน้ำแดงและยาธาตุน้ำขาว มีความแตกต่างกันขนาดไหน และควรใช้อย่างไรจึงจะเหมาะสม?

ยาธาตุทั้ง 2 ชนิด ต่างกันโดย ยาธาตุน้ำแดงเหมาะกับอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ มากกว่าใช้เป็นยาลดกรด (ช่วยลดกรดได้บ้างเพราะเป็นด่างอ่อนๆ) แต่ยาธาตุน้ำขาวเหมาะกับคนที่ท้องเสียที่เกิดจากการติดเชื้อ หรือจากสารพิษของเชื้อที่ไม่รุนแรง แล้วมีอาการปวดท้อง หรือลมจากสารพิษของเชื้อ หรือจากที่เชื้อปล่อยออกมา และไม่ใช่ยาลดกรด

ยาธาตุน้ำแดง ช่วยในเรื่อง แก้ท้องขึ้น ท้องอืด จุกเสียดแน่นเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยว แหวะ/การสำรอกอาหารออกมา

ยาธาตุน้ำขาว ช่วยรักษาอาการอักเสบของลำไส้ นอกจากนี้ยังช่วยขับลมได้ ใช้เคลือบกระเพาะอาหารเพื่อการทำลายเชื้อโรคในลำไส้ หรือควบคุมเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะอาหารที่เป็นต้นเหตุให้กระเพาะอาหารมีกรดมาก


Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive