Breaking Share-Si
Loading...

อย่ารู้ช้าไป! เพียงนำคอนตอนบัตกดตรงนี้ ก็แก้รักษาอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้เหลือเชื่อ

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


อย่ารู้ช้าไป! เพียงนำคอนตอนบัตกดตรงนี้ ก็แก้รักษาอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้เหลือเชื่อ

อาการปวดเมื่อยไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับจุดที่เมื่อยเช่น บริเวณไหล่ คอ ซึ่งความจริงนั้นอาการปวดเมื่อยยังเกี่ยวข้องกับบริเวณฝ่าเท้าของเราอีกด้วย เนื่องจากเท้ามีผลกระทบต่อร่างกายของเรา และวิธีการกดนวดบริเวณฝ่าเท้าจะสามารถช่วยรักษาอาการปวดเมื่อยตามร่างกายของเราได้


จุดที่ 1จุดเชื่อมกับ : บริเวณต้นคอไปจนถึงบ่า (ใช้แรงกดและลากขึ้น)


ใช้คอนตอนบัตกดที่บริเวณฝ่าเท้านิ้วโป้ง กดจากบริเวณปลายนิ้วโป้ง และค่อยๆกดไปทางแนวขวาง

* กดบริเวณจุดนี้จะช่วยให้อาการตึงและปวดเมื่อยบริเวณคอไปจนถึงบ่ารู้สึกผ่อนคลาย หากคนที่มีอาการปวดเมื่อยบริเวณนี้ให้ลองใช้วิธีนี้ในการลดอาการปวดเมื่อยได้


จุดที่ 2เชื่อมกับ : กระดูกสันหลังส่วนคอ (ใช้แรงกดและลากขึ้น)


กดคอนตอนบัตเอียงขึ้น 45 องศา และใช้แรงกดขึ้นแบบนี้ตามแนวขวาง


จุดที่ 3 จุดเชื่อมกับ : บริเวณไหล่ ( เส้นซิกแซกแบบฟันปลา )


กดขึ้น-ลงเริ่มจากนิ้วโป้งไปยังนิ้วก้อย กดบริเวณนี้จะช่วยคลายเส้นบริเวณไหล่


จุดที่ 4จุดเชื่อมกับ : กระดูกสันหลัง ( คล้ายการลากเส้น )


ให้กดจากปลายนิ้วโป้ง กดจากล่างและลากขึ้นไปยังขอบนิ้วโป้ง


จุดที่ 5 จุดเชื่อมกับ : กระดูกสะบักหลัง ( คล้ายการลากเส้น )


บริเวณมุมล่างของนิ้วก้อยให้กดและลากจากล่างขึ้นบน


จุดที่ 6 จุดเชื่อมกับ : ต่อมน้ําเหลืองในร่างกาย ( คล้ายการลากเส้น )


กดจุดระหว่างนิ้วให้กดจากล่างขึ้นบน  เพื่อเร่งการขับของเสียออกจากร่างกาย


จุดที่ 7 จุดเชื่อมกับ : แขน (ใช้แรงกดและลากขึ้น)


กดบริเวณขอบจากนิ้วก้อย ให้ใช้แรงกดไปจนถึงกลางเท้า เวลากดมือวางไว้บนพื้นจะทำให้สะดวกมากยิ่งขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก liekr

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive