Breaking Share-Si
Loading...

นี่คือเหตุผล..ว่าทำไมแพทย์ถึงสั่งให้คุณหยุดป้อนไส้กรอกกับบุตรหลานของคุณ ใครทำอยู่เลิกด่วน!

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


นี่คือเหตุผล..ว่าทำไมแพทย์ถึงสั่งให้คุณหยุดป้อนไส้กรอกกับบุตรหลานของคุณ ใครทำอยู่เลิกด่วน!!

คุณอาจชอบกินอาหารชนิดนี้จึงทำให้คุณเอาอาหารชนิดนี้ให้กับบุตรหลานของคุณทานด้วยโดยลืมนึกไปว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพ แพทย์พยายามเตือนพ่อแม่ว่าหยุดให้เด็กๆ ทานไส้กรอก!


งานวิจัยล่าสุดระบุว่า เด็กที่กินไส้กรอกมากกว่า 12 ชิ้นต่อเดือนมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าเด็กที่กินไส้กรอกทุกวันมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งสมอง

อย่างไรก็ตามไม่เพียงแค่เด็กที่จะได้รับผลกระทบจากอาหารชนิดนี้ ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ที่บริโภคไส้กรอกเป็นประจำก็มีแนวโน้มที่จะทำให้ทารกในครรภ์เป็นโรคมะเร็งได้รวมถึงทารกในครรภ์อาจมีความเสี่ยงเป็นเนื้องอกในสมองได้อีกเช่นกัน


ทำไมไส้กรอกจึงเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเราคำตอบคือ เพราะมันมีสารไนเตรต


สารไนเตรตที่อยู่ในไส้กรอกจะสร้างปัญหาให้กับสุขภาพ เนื่องจากผู้ผลิตจะเพิ่มสารชนิดนี้ไปในไส้กรอกเพื่อป้องกันอาหารเน่าเสีย

สารไนเตรตไม่ก่อให้เกิดมะเร็งได้ด้วยตัวเอง แต่เมื่อไนเตรตไปรวมกับสารเอมีน (Amine) ที่มีอยู่ในเนื้อสัตว์มันจะสร้างปฎิกิริยาเคมีที่เรียกว่าไนตรัสออกไซด์ (N-notrose) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง

วิตามินซีเป็นสารที่เป็นประโยชน์สามารถป้องกันการก่อตัวของสารก่อมะเร็งและลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งที่เกี่ยวกับสารเคมีเหล่านี้

เคล็ดลับในการหลีกเลี่ยงอาหารที่เต็มไปด้วยสารไนเตรต:


-พยายามกินอาหารแปรรูปให้น้อยที่สุดและหลีกเลี่ยงอาหารประเภทไส้กรอกและแฮม

-ก่อนที่จะซื้ออาหารควรตรวจสอบฉลากของอาหารและหลีกเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมหรือโพแทสเซียม ไนเตรต ที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์นั้น

-กินอาหารออร์แกนิค

-กินอาหารที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซี ดังที่เรากล่าวมาแล้วข้างต้นว่าวิตามินซีจะช่วยบล็อคและแปลงค่าสารไนเตรตและสารไนโตรซามีน (NITROSAMINE)

อ้างอิง : yourhealthycupoftea.com
แปลข้อมูลโดย : http://www.rak-sukapap.com/

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive