Breaking Share-Si
Loading...

ภัยเงียบจากอลูมิเนียมฟอยล์ที่คุณควรระวัง อาจทำให้เกิดโรคปอดอักเสบเรื้อรัง

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


ภัยเงียบจากอลูมิเนียมฟอยล์ที่คุณควรระวัง อาจทำให้เกิดโรคปอดอักเสบเรื้อรัง

อลูมิเนียมฟอยล์ไอเท็มประจำห้องครัวของใครหลายคน นอกจากใช้เพื่อเป็นอุปกรณ์ทำอาหารแล้วยังสามารถนำไปห่ออาหารและยังมาพร้อมโรคที่มักพบเป็นประจำ แต่อีกด้านหนึ่งนั้นอลูมิเนียมคือ โลหะที่สามารถส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมองและอาจทำให้เป็นโรคอัลไซเมอร์ได้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าโลหะนี้อาจส่งผลด้านจิตใจเสื่อมถอย เช่น การสูญเสียการควบคุมของร่างกาย ความจำ และความสมดุล ซึ่งเป็นการส่งผลในระยะยาว


จากการศึกษาข้างต้นนั้นก็ยังพบว่า การปรุงอาหารด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ส่งผลกระทบต่อกระดูกได้เช่นกัน เนื่องจากการที่มีโลหะสะสมในกระดูกจะไปแย่งพื้นที่ของแคลเซียมที่ควรมี ท้ายสุดกระดูกจะขาดแคลเซียมทำให้สุขภาพเสีย

นอกจากนั้นนักวิจัยได้นำมาโยงกับการรับประทานอาหารที่ทำจากอลูมิเนียมฟอยล์อาจทำให้เกิดโรคปอดอักเสบเรื้อรัง และระบบทางเดินหายใจจากการรับอนุภาคอลูมิเนียมเข้าสู่ร่างกาย

การเผาย่างอลูมิเนียมก็ส่งผลเช่นกัน ถึงเราจะทราบว่ากระป๋องอลูมิเนียมนั้นเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพ แต่ฟอยล์กลับไม่เคยเป็นประเด็นที่นำมาถกเถียงกัน สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ระวังกันเมื่ออลูมิเนียมฟอยล์อยู่ในอุณหภูมิสูงมันจะปล่อยอนุภาคหรือโลหะเล็กๆลงบนอาหาร ถึงแม้จะไม่มีชิ้นส่วนหลุดออกมาแต่สารเคมีจากอลูมิเนียมจะส่งผลต่อเมื่อมีส่วนผสมจำพวกเครื่องเทศหรือมะนาวในอาหาร

ดร.เอสซาม ซูไบดี้ นักวิจัยวิศวกรรมเคมีมหาวิทยาลัยอเมริกันแห่งซาร์จารห์ ได้ศึกษาผลกระทบของอลูมิเนียมใยการปรุงอาหาร เขาพบว่าหนึ่งในอาหารที่ปรุงสุกจากอลูมิเนียมฟอยล์นั้นมีอลูมิเนียมติดอาหารถึง 400 มิลลิกรัม เขากล่าวว่า อุณหภูมิที่สูงมากนั้นไม่เหมาะกับการใช้อลูมิเนียมฟอยล์ในการทำอาหาร ไม่เหมาะกับการประกอบอาหารที่เป็นจำพวกผัก อย่างมะเขือเทศ หรือน้ำมะนาวและเครื่องเทศ

ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโรคนั้นบอกว่า อลูมิเนียมไม่ควรมีในร่างกายเกิน 60 มิลลิกรัมต่อวัน

อ้างอิง : www.baby-kids-parents.com

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive