Breaking Share-Si
Loading...

5 อาหารต้องห้าม ที่ผู้หญิงควรรู้ เมื่อเป็น ”ไข้ทับระดู” ห้ามกินเด็ดขาด!

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


แชร์เก็บไว้เลย!! 5 อาหารต้องห้าม ที่ผู้หญิงควรรู้ เมื่อเป็น ”ไข้ทับระดู” ห้ามกินเด็ดขาด!! ไม่งั้นคุณอาจตายไม่รู้ตัว!?



อาหารต้องห้าม 5 อย่าง เมื่อคุณเป็น ไข้ทับระดู ไม่ดีหรอก อย่ากินเลย


ลำพังเป็นประจำเดือน ก็ปวดท้องทรมานจะแย่อยู่แล้ว แต่ดั๊นมาป่วยแทรกซ้อนซะอีก คราวนี้ความปวดและความป่วย ก็เลยต้องมากองรวมกัน สาวๆ ที่มีอาการ ไข้ทับระดู ต้องดูแลตัวเองให้มากเป็นสองเท่าเลยนะ และที่สำคัญ อาหารการกินก็ควรเลือกให้ดี มีบางอย่างที่กินแล้วจะเกิดผลร้ายตามมา ก็งดไปก่อนเนอะ ไว้หายค่อยกลับมากินใหม่ก็ยังได้

1. น้ำเย็น และ น้ำแข็ง

อันนี้คิดว่าทุกคนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้ว แต่ก็อยากจะเอามาเตือนกันอีกครั้ง เพราะสาวๆ บางคนติดน้ำเย็นมากๆ แม้จะรู้ตัวว่าเป็นประจำเดือนก็ยังไม่เลิกกิน แต่ความจริงควรงดไปก่อนนะคะ เพราะจะทำให้ประจำเดือนหยุดไหล หรืออาจทำให้เกิดอาการช็อกได้

2. น้ำมะพร้าว

เวลาที่ปวดท้องหรือไม่สบาย เราจำเป็นต้องกินยาเพื่อให้อาการเบาเทาลงบ้าง แต่ถ้าหากว่าดื่มน้ำมะพร้าวเข้าไปจะทำให้ยาที่กินไปไม่ได้ผล เพราะน้ำมะพร้าวมีสรรพคุณที่สามารถล้างฤทธิ์ยาได้ ระวังไว้หน่อยก็ดีนะคะ

3. แตงกวา

จริงอยู่ที่แตงกวามีประโยชน์มากมาย แต่ถ้าคุณป่วย ไข้ทับระดู แตงกวาก็จะไม่มีประโยชน์อีกต่อไป หนำซ้ำยังจะทใำห้อาการหนักขึ้นไปอีก บางรายถึงขั้นช็อคต้องหามส่งโรงพยาบาลกันเลย งดไว้ก่อนดีกว่า หายแล้วค่อยกิน

4. ลำไย และ ขนุน

ถือเป็นอาหารที่ไม่ค่อยจะถูกกับอาการไข้ทับระดูสักเท่าไหร่ เพราะเมื่อคุณกินลำไยหรือขนุนเข้าไป จะไปเพิ่มอุณหภูมิในร่างกายให้ร้อนมากขึ้นกว่าเดิม แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่จะหายล่ะคะ

5. อบเชย

อันนี้ต้องระวัง นอกจากจะทำให้ร่างกายร้อนกว่าเดิมแล้ว ยังทำให้ประจำเดือนออกมามากกว่าปกติอีกด้วย

ข้อมูลจาก http://women.mthai.com/beauty/health/268308.html

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive