Breaking Share-Si
Loading...

หลังจากอ่านบทความนี้จบ..คุณจะกินตะลิงปลิงให้ได้ทุกวัน

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


หลังจากอ่านบทความนี้จบ..คุณจะกินตะลิงปลิงให้ได้ทุกวัน เพราะมันดีต่อสุขภาพแบบนี้!!

ตะลิงปลิง เป็นผลไม้พื้นเมืองของประเทศฟิลิปปินส์ มันเป็นหนึ่งในผลไม้ที่คุณประโยชน์มากที่สุดในโลก

ตะลิงปลิงหรือผลไม้รูปดาวนี้มีรสเปรี้ยวและเป็นแหล่งรวมของวิตามิน C และ B สารต้านอนุมูลอิสระ ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก


แม้ว่าตะลิงปลิงจะไม่ได้เป็นที่นิยมเท่าผลไม้เขตร้อนชนิดอื่น ๆ แต่รู้ไหมว่ามันมีคุณค่าทางโภชนาการสูงที่คุณสมควรกิน!


ประโยชน์ต่อสุขภาพของตะลิงปลิง :


1. รักษาอาการไอ

ผสมตะลิงปลิงกับเม็ดยี่หร่าสักสองสามเม็ดและน้ำตาล ต้มทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง และแบ่งดื่มน้ำเป็นสองข่วงเวลาดื่มครึ่งหนึ่งก่อนอาหารเช้าและอีกครึ่งหนึ่งในช่วงเย็น

2. รักษาโรคเบาหวาน

ตะลิงปลิงเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน นำเมล็ดข้าวบด 6 เม็ดผสมกับตะลิงปลิงและน้ำหนึ่งแก้วจากนั้นนำไปต้มจนเดือด กินเครื่องดื่มนี้วันละ 2 ครั้ง

3. รักษาสิว

ตะลิงปลิงมีสารที่เป็นกรดซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับรักษาสิว เพียงแค่ใช้ตะลิงปลิงบดทาบริเวณที่เป็นสิวทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำ

4. รักษาโรครูมาติซึม (rheumatism)

ตะลิงปลิงสามารถรักษาอาการนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก เนื่องจากผลไม้ชนิดนี้มีสารที่เป็นกรดซึ่งสามารถช่วยรักษาอาการปวดข้อได้เป็นอย่างดี เพียงแค่พอกตะลิงปลิงบดลงในบริเวณที่ได้รับผลกระทบ

5. โรคไขข้ออักเสบ

เพื่อบรรเทาอาการปวดไขข้อให้คุณนำใบตะลิงปลิงประมาณหนึ่งกำมือบดรวมกับเมล็ดข้าวพร้อมกับน้ำสักเล็กน้อยและนำไปพอกไว้บริเวณที่เจ็บปวดวันละ 2-3 ครั้งทุกวัน

6. รักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

ให้คุณนำใบตะลิงปลิงหนึ่งกำมือบดรวมกับกระเทียม 10 กลีบ พริกไทย 15 เม็ด และเมล็ดตะลิงปลิงหนึ่งเมล็ด นำส่วนผสมนี้พอกทิ้งไว้บริเวณกล้ามเนื้อที่ได้รับผลกระทบ

7. รักษาอาการปวดฟัน

ใช้เพียงตะลิงปลิงบดในบริเวณฟันที่ปวด ตะลิงปลิงช่วยบรรเทาอาการปวดและให้ผลได้ดีกว่ายาแก้ปวดที่มีขายตามร้านขายยา

ข้อมูลจาก http://www.rak-sukapap.com/2017/02/blog-post_48.html

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive