Breaking Share-Si
Loading...

สูตรลอกสิวเสี้ยนขั้นเทพ! เปลี่ยนหน้าสิว เป็นหน้าใส

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


สูตรลอกสิวเสี้ยนขั้นเทพ! เปลี่ยนหน้าสิว เป็นหน้าใส

หน้ามีแต่สิวเสี้ยน เวลามีใครเดินเข้ามามองเราใกล้ๆ ก็เสียความมั่นใจทันที เรียกว่าเป็นปัญหาใหญ่ของคน ที่รักความสวยความงามเลยทีเดียว



สูตรลอกสิวเสี้ยนที่ทำง่ายได้ด้วยตัวเอง


สิวเสี้ยนริ้วรอยจุดด่างดำบนใบหน้า เราต้องรีบจัดการออก เพื่อความสวยงามของตัวเราเอง ด้วยขั้นตอนง่ายๆดังนี้


1.ให้เปิดรูขุมขนก่อน ให้ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นๆ บิดพอหมาดๆ มาคลุมบนใบหน้าแล้วทิ้งไว้ประมาณ 2 นาที

2. เร่งสิวให้หลุดออกง่ายๆนำคลีนซิ่งออยส์ไปผสมกับเกลือขัดผิว  แล้วนำไปทาให้ทั่วบนใบหน้าหรือบริเวณที่ต้องการกำจัดสิวออก ใช้นิ้วนวดเบาๆประมาณ 2-3 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด

3.สูตรพอกหน้า เอาน้ำตาลทรายผสมกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ  จะได้ครีมแบบเข้มข้นนำมาพอกหน้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที  จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดแล้วเช็ดหน้าให้แห้ง

มาเข้าสู่ขั้นตอนกำจัดสิวเสี้ยนกันดีกว่าเลือกทำตามสูตรด้านล่างสะดวกแบบไหนทำแบบนั้นได้เลย


สูตรที่ 1 ใช้ไข่ขาว + น้ำผึ้ง + น้ำมะนาว + กระดาษซับมัน  เอาไข่ขาวไปผสมรวมกันกับน้ำผึ้งและมะนาว เมื่อได้แล้วให้ทาบางๆทั่วหน้ายกเว้นปากและขอบตา ใช้กระดาษซับมันมาแปะลงบริเวณที่ทาไข่ขาว ทิ้งไว้จนแห้งแล้วค่อยลอกออก  สิวเสี้ยนจะหลุดติดออกมากับกระดาษซับมัน

สูตรที่ 2 ใช้ผงเจลาติน+ นมสด ให้เอาทั้งสองอย่างมาผสมรวมกันในสัดส่วนที่เท่ากัน  จากนั้นนำเข้าเตาอบไมโครเวฟโดยใช้เวลาที่ 10 วินาที รอให้หายร้อนสักครู่ ขนาดพออุ่นๆนำมาทาบริเวณที่ต้องการลอกสิวออก ทิ้งไว้ให้แห้งแล้วค่อยลอกออก  เนะนำให้เริ่มลอกจากคางขึ้นด้านจะเห้นว่าสิ่งที่หลุดติดมาคุณพึงพอใจอย่างแน่นอน เสร็จแล้วล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเพื่อปิดรูขุมขน

เพียงขั้นตอนงา่ยๆเเบบนี้สามรถทำเองได้ที่บ้าน เเละใบหน้าของคุรจะกลับมาสดใสอีกครั้งลองเอาไปทำกันดูได้นะคะ

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive