Breaking Share-Si
Loading...

ห้ามกิน 3 อย่างนี้! ส่งผลต่อสุขภาพมาก ต่อคนที่กำลังไดเอท หรือ อดอาหาร

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


ห้ามกิน 3 อย่างนี้! ส่งผลต่อสุขภาพมาก ต่อคนที่กำลังไดเอท หรือ อดอาหาร


อาหาร ผลไม้ และ เครื่องดื่มบางอย่าง ก็ไม่เหมาะสำหรับทานในตอนเช้า หรือทานก่อนอาหาร เพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพท่านได้ ยิ่งสำหรับคนที่กำลังดูแลสุขภาพด้วยแล้ว ควรต้องระวัง


สำหรับอาหารเช้านั้น ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญของสุขภาพที่ดี และเป็นสิ่งสำคัญมากๆ สำหรับมนุษย์เรา อาหารเช้าถือว่าเป็นอาหารที่ให้พลังงานในการทำงานในตอนเช้า แต่ก็จะมีอาหารบางอย่าง ที่ไม่ควรกินในตอนเช้า หรือเวลาที่หิวมากๆ

1.กล้วย หลีกเลี่ยงการกินกล้วยในตอนเช้า ในกล้วยนั้นมีโพแทสเซียม ที่สามารถช่วยให้หลับง่าย และมีแม็กนีเซียมจำนวนมาก ถ้าเราอดอาหาร ปริมาณของแม็กนีเซียมในหลอดเลือดจะเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบให้แม็กนีเซียม
มีปัญหาต่อการทำงานของหัวใจ ถ้ายิ่งหิวๆมากแล้วไปกินกล้วยนะ จะมีการสร้างแก๊สในกระเพาะอย่างรวดเร็ว แก๊สนี้สามารถทำให้ ทำให้การทำงานต่างๆในร่างกายชาลง จะไปกดทับ หลอดเลือดให้ทำงานติดขัด และเป็นปัญหาก่อให้เกิดโรคต่างๆ แต่เราสามารถทานกล้วยในเวลาอื่นได้ตามปกติ

2.สับปะรด ถ้าท้องเราว่างอยู่แล้วกินสับปะรด รับรองเอมไซม์ของสับปะรดจะกัดกระเพาะของเรา ดังนั้นถ้าอยากกินสับปะรดต้องกินหลังจากกินอาหารแล้ว ถ้ากินในมือเย็นจะดีมากๆ ช่วยเป็นยาระบายอ่อนๆ ถ้าทานมากเกินไป อาจทำให้ท้องเสียได้ และถ้าในหญิงตั้งครรภ์ กินมากเกินไป ทำให้มดลูกบีบตัวอย่างรุนแรง สามารถทำให้แท้งได้

3.น้ำเย็นหรือน้ำอัดลมเย็นๆ ถ้าเรายังไม่ได้กินข้าว แล้วมากินน้ำเย็นๆ สามารถทำให้อุณหภูมิในท้องลดลง และเกิดอาการปวดท้องได้ ทำให้ย่อยอาหารได้ยากขึ้น และถ้าร่างกายดูดซึมน้ำตาลมากเกินไป เป็นอันตรายมากๆ และสำหรับผู้หญิงที่เป็นประจำเดือน ถ้ากินน้ำเย็นมากๆ จะทำให้ปวดท้องอย่างรุนแรง

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูล จาก : baabinz.com

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive