Breaking Share-Si
Loading...

ยายวัย 72! ขายก๋วยเตี๋ยว ชามล่ะ 5 บาท ส่งเสียลูก 2 คนจนเรียนจบ คนหนึ่งทำงานอยู่อังกฤษ…อีกคนเป็นถึง ดร

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


ยายวัย 72! ขายก๋วยเตี๋ยว ชามล่ะ 5 บาท ส่งเสียลูก 2 คนจนเรียนจบ คนหนึ่งทำงานอยู่อังกฤษ…อีกคนเป็นถึง ดร

เป็นเรื่องที่ต้องบอกว่าน่าทึ่งจริง ๆ สำหรับคุณยายคนนี้ ที่ปัจจุบันอายุอานาม ก็ปาเข้าไป 72 แล้ว ที่เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวมากว่า 50 ปี จนสามารถส่งลูกเรียนจบด๊อกเตอร์ ได้ !! แถมราคาที่ขายก็แทบไม่อยากจะเชื่อหู เพราะแกขายเพียงชามละ 5 บาทเท่านั้นเอง !!


ซึ่งร้านก๋วยเตี๋ยวดังกล่าวนี้ อยู่บริเวณหลังวัดโบถส์ หมู่ 6 ตำบลวัดโบถส์ อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เจ้าของร้านก็คือคุณยายเตียง อิฐงาม วัย 72 ปี ที่ขายก๋วยเตี๋ยว และกระเพาะปลา ในราคาแค่ 5 บาท แถมวัตถุดิบที่ใช้ใส่ให้ในก๋วยเตี๋ยวแต่ละชามนั้นก็ใช่ว่าจะไม่ดี เพราะทุกอย่างที่ใส่ให้ล้วนแล้วแต่มีคุณภาพทั้งสิ้น จนทำให้มีขาประจำกลับมาใช้บริการอุดหนุนอย่างไม่ขาดสาย มาอย่างยาวนาน



ซึ่งคุณยายได้เล่าว่า “ขายก๋วยเตี๋ยวมากว่า 50 ปี แล้วโดยเริ่มขายตั้งแต่ชามละ 50 สตางค์ และขยับขึ้นราคามาเรื่อยๆเพราะรับภาระต้นทุนไม่ไหว จนมาหยุดที่ราคาชามละ 5 บาทในปัจจุบัน และคิดว่าจะไม่ขึ้นราคาอีกแล้ว เนื่องจากไม่อยากผลักภาระไปที่ลูกค้า และอยากให้ลูกค้าได้กินอาหารที่อร่อยและราคาถูก”

และยายเตียงยังเล่าให้กับผู้สื่อข่าวฟังอีกว่า “แม้จะขายก๋วยเตี๋ยวชามละ 5 บาท แต่ก็สามารถส่งเสียบุตรสาว 2 คน จนเรียนจบระดับอุดมศึกษามาแล้ว โดยบุตรสาวคนโตจบปริญญาตรี ขณะนี้ทำงานที่ประเทศอังกฤษ ส่วนบุตรสาวอีกคนจบปริญญาเอก ขณะนี้รับราชการในกระทรวงศึกษาธิการ ดังนั้นช่วงเวลาที่เหลือต่อจากนี้ตนก็ไม่มีภาระหน้าที่อะไรแล้ว จึงจะขอขายก๋วยเตี๋ยวในราคา 5 บาทตลอดไป ไม่ขึ้นราคาอีก”





ขอบคุณที่มา ข่าวช่อง 8 และ http://www.showkhao.com/30042/

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive