Breaking Share-Si
Loading...

แชร์เก็บไว้เลย! ขับรถลุยน้ำท่วม อย่างไรให้ปลอดภัย เคล็ดลับเอาตัวรอดเมื่อลุยทางน้ำท่วม

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


แชร์เก็บไว้เลย! ขับรถลุยน้ำท่วม อย่างไรให้ปลอดภัย เคล็ดลับเอาตัวรอดเมื่อลุยทางน้ำท่วม

ฝนตกหนัก น้ำท่วม รถติด ปัญหาใหญ่ของกรุงเทพฯ เวลาล่วงผ่านพ้นมาหลายปีคำนี้ก็ยังวนเวียนให้เราได้ยินเล่าขานสืบต่อกันไป เรื่องของธรรมชาติฝนตกไม่ทั่วฟ้าย่อมเป็นปรกติ บ้างหนัก บ้างเบา ผสมกับปัญหาพื้นที่ต่ำ บ้างก็เจอขยะอุดเป็นตัน ๆ ในทางระบายน้ำ ทำให้หลายพื้นที่เจอปัญหาน้ำรอระบาย


ผู้ใช้รถครับ เมื่อรู้ว่าน้ำท่วมอยากขับรถออกไปลุยกันไหม ? เชื่อว่าส่วนใหญ่ปฏิเสธกันหน้าสะบัดแน่นอน แต่อย่างว่า การลุยน้ำท่วมส่วนใหญ่มักเกิดกะทันหัน วันนี้กระปุกคาร์เลยมาแนะนำวิธี ขับรถลุยน้ำท่วม อย่างไรให้ปลอดภัย เมื่อมีเหตุต้องลุยแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้


ประเมินก่อนลุยน้ำ


ประเภทรถยนต์ สามารถบอกความสูงจากล้อถึงใต้ท้องรถ (ground clearance) ได้ดังนี้

 - รถเก๋งเล็ก (รถเก๋งทั่วไป, รถอีโคคาร์, รถ MPV) ระดับต่ำสุดจากพื้นเฉลี่ย 14.5 เซนติเมตร

 - รถกระบะเตี้ย, กระบะขนของ ระดับต่ำสุดจากพื้นเฉลี่ย 18 เซนติเมตร

 - รถกระบะยกสูง ระดับต่ำสุดจากพื้นเฉลี่ย 22 เซนติเมตร

 - รถอเนกประสงค์ (Mini SUV, SUV, PPV) ระดับต่ำสุดจากพื้นเฉลี่ย 22 เซนติเมตร

หรืออีกวิธีคือประเมินว่าท่อไอเสียไม่จมมิดน้ำ ก็สามารถลุยน้ำท่วมที่อยู่ตรงหน้าได้

ลุยน้ำท่วมอย่างไรให้ปลอดภัย


เมื่อกะด้วยสายตาแล้วว่า ท่อไอเสียไม่จมมิดน้ำแน่นอน ก็ถึงเวลาที่ต้องลุยให้ปลอดภัยที่สุดดังนี้

ปิดแอร์ทันที หากเปิดแอร์ไว้พัดลมระบายความร้อนหม้อน้ำจะทำงาน เจอน้ำท่วมตัวพัดลมจะตีน้ำกระจายไปทั่วห้องเครื่อง ไฟช็อตแล้วรถจะดับ แถมยังเสี่ยงใบพัดลมหัก

ใช้เกียร์ต่ำ หากเป็นเกียร์ธรรมดาให้อยู่ ช่วงเกียร์ 1-2 เพราะรถต้องใช้แรงในการฝ่าน้ำ ควบคุมความเร็วรถให้ต่ำ รถเบาดับยากที่สุด เกียร์อัตโนมัติก็เช่นกันปรับมา L (Low) ไว้เสมอ

เลี้ยงรถให้ขยับเรื่อย ๆ ไม่ขับเร็ว เพราะน้ำเคลื่อนกระแทกฟุตปาธ ย้อนกลับเข้ารถ ที่สำคัญห้ามจอดนิ่งแช่น้ำนาน โดยประเมินไว้ว่าถ้าไปจอดติดช่วงน้ำท่วม ให้รอแล้ววิ่งผ่านช้า ๆ รวดเดียวดีกว่า

ตามเส้นทางคันหน้าและตามชิดคันหน้าให้มากที่สุดแบบปลอดภัย เพราะรถฝ่าน้ำท่วมจะวิ่งช้ามากอยู่แล้ว การตามคันหน้าถือว่าปลอดภัยด้านเส้นทางกับหลุม-บ่อใต้น้ำ แถมมีรถคันหน้าแหวกน้ำให้ เราก็จะเจอระดับน้ำท่วมที่ต่ำกว่าปรกติ

หลังลุยน้ำท่วมเสร็จ


เหยียบเบรกย้ำ ๆ ไล่น้ำออกจากคาลิปเปอร์-ผ้าเบรก แถมเป็นการเช็กระบบว่ายังใช้งานได้ปรกติ

หากจะจอดเช็กรถหลังเพิ่งลุยเสร็จ ห้ามดับเครื่อง เพราะต้องระวังน้ำที่ค้างและชื้นในห้องเครื่อง รวมไปถึงท่อไอเสียหากดับเครื่องทันทีอาจมีน้ำที่ค้างท่อย้อนเข้ามาได้

แน่นอนว่าการขับรถลุยน้ำท่วมเป็นเรื่องที่เสี่ยง หากรถดับกลางน้ำไม่ควรสตาร์ทรถกลางน้ำอีก เพราะน้ำจะย้อนเข้าระบบ แน่นอนว่าคุณต้องใช้วิธีเข็นให้พ้นน้ำท่วมไปจอดพักไว้ แถมรถก็ติดต่อกันไปอีกยาว ๆ เพราะฉะนั้นก่อนลุยก็อย่าลืมประเมินและดูอย่างรอบคอบกันด้วย ดูแล้วไม่ไหวหลบเข้าข้างทางเสียเวลาบ้าง แต่ไม่ต้องเสียสตางค์ซ่อมรถก็น่าจะดีกว่า

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive