Breaking Share-Si
Loading...

หมอบอก..ดื่มน้ำโซดาช่วยลดอาการปวดแน่นท้องและขับถ่ายสะดวกขึ้น

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


หมอบอก..ดื่มน้ำโซดาช่วยลดอาการปวดแน่นท้องและขับถ่ายสะดวกขึ้น

หลายคนมีความเชื่อว่า ‘น้ำโซดา’ ซึ่งก็คือ น้ำเปล่า (ไม่มีน้ำตาลหรือรสชาติผสม)อัดแก๊ซคาร์บอนไดออกไซด์ ไม่ดีต่อสุขภาพ

เช่น ดื่มแล้วกระดูกผุ,ฟันผุ หรือแม้แต่เป็นโรคกระเพาะได้ แต่จากผลการศึกษาทางการแพทย์ต่างๆไม่เพียงบ่งชี้ว่าความเชื่อเหล่านี้ไม่ถูกต้องเท่านั้น แต่กลับพบผลดีต่อร่างกายโดยเฉพาะการทำงานของทางเดินอาหารด้วยซ้ำ


การศึกษาทางการแพทย์ในกลุ่มตัวอย่างคนไข้หนึ่งพบว่า การดื่มน้ำโซดาจะช่วยบรรเทาอาการปวดแน่นท้องหลังมื้ออาหาร(Functional Dyspepsia)และท้องผูกได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับน้ำเปล่า(ทั้งนี้ปริมาณน้ำโซดาในแต่ละมื้อไม่ควรเกิน 500 ml.) โดยน้ำโซดาจะช่วยทำให้การขยับบีบตัวของกระเพาะและลำไส้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงทำให้ลดอาการปวดแน่นท้องและขับถ่ายสะดวกขึ้น

การที่น้ำโซดาส่งเสริมการทำงานของทางเดินอาหารได้นั้น เนื่องจากเมื่อน้ำโซดาสัมผัสถูกเนื้อเยื่อกระเพาะและลำไส้ แก๊ซคาร์บอนไดออกไซด์ที่อยู่ในน้ำโซดาจะค่อยๆซึมผ่านเนื้อเยื่อจนเข้าไปในเส้นเลือด ส่งผลให้ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดตรงบริเวณเส้นเลือดเฉพาะที่ของกระเพาะและลำไส้นี้เพิ่มสูงขึ้นรวดเร็ว กระตุ้นให้เส้นเลือดขยายตัวได้ (กระบวนการนี้เราสามารถเห็นได้ชัด

โดยการนำเอาทิชชูหรือผ้าชุบน้ำโซดามาวางบนผิวหนัง สักพักจะพบรอยแดงตรงบริเวณรอยสัมผัสอย่างชัดเจน ด้วยเพราะเส้นเลือดใต้ผิวหนังขยายตัว) เมื่อเส้นเลือดขยายตัวการไหลเวียนเลือดก็จะดีขึ้น การขนถ่ายออกซิเจนและสารอาหารก็จะมากขึ้น ยังผลให้การทำงานของกระเพาะและลำไส้มีประสิทธิภาพขึ้นนั่นเอง

[หมายเหตุ; ผลที่ดีต่อการทำงานของทางเดินอาหารข้างต้น พบในกรณีที่ดื่ม ‘น้ำโซดาที่เป็นน้ำเปล่าอัดแก๊ซคาร์บอนไดออกไซด์’ หรือ ‘น้ำแร่ธรรมชาติที่เป็นคาร์บอร์เนต’ ที่ไม่แต่งกลิ่นไม่แต่งรสชาติ มื้อละไม่เกิน 500 มล. นะครับ]


Credit-Information: Cuomo R et al, Nutr Metab Cardiovasc Dis, 2009
Credit-Pictures: NHK TV, Japan (ดัดแปลงภาพโดยใส่ข้อความภาษาไทย)
และ Dr.Aki - หมออาคิ

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive