Breaking Share-Si
Loading...

ผู้เชี่ยวชาญเผยวิธี "บรรเทาอาการปวดหัว" โดยไม่ต้องกินยา เพียงแค่กดตามจุดเหล่านี้ 5 นาทีเห็นผล

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


ผู้เชี่ยวชาญเผยวิธี "บรรเทาอาการปวดหัว" โดยไม่ต้องกินยา เพียงแค่กดตามจุดเหล่านี้ 5 นาทีเห็นผล

เวลาปวดหัว หลายคนคงคิดว่า กินยา แก้ปวดดีกว่าเดียวก็หาย มันก็จริงที่กินยาแล้วหายแน่นอน แต่ถ้ากินยามากไปจะมีผลกระทบในระยะยาว ลองชมเทคนิคดีๆที่เรานำมาฝากท่านๆที่มีอาการปวดหัวบ่อยๆ

ด้วยวิธีฃการนวดกดจุดจากแพทย์แผนจีน ซึ่งใช้เวลาในการกดจุดเพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น ก็สามารถขจัดปัญหาไปได้อย่างหายห่วง



ก่อนที่จะเริ่มนวดกดจุดนั้น คุณจำเป็นจะต้องอยู่ในท่าและลักษณะผ่อนคลาย การกดจุดในแต่ละครั้งไม่ควรใช้เวลานานมากเกินไป โดยการกดจุดในแต่ละครั้งใช้เวลาเพียง 30 วินาที – 1 นาทีต่อ1จุดก็พอแล้ว หลังจากกดไปแล้ว 5-10 นาที อาการปวดหัวก็จะค่อยๆทุเลาลงตามลำดับ เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าต้องกดตรงไหนบ้างนะ 


จุดหยินหยาง:การกดจุดนี้จะต้องกดตรงไปกลางหน้าผาก ตรงกลางระหว่างคิ้ว จุดนี้ช่วยให้เพิ่มความสมดุลในร่างกาย การหายใจ สมองปลอดโปร่ง และช่วยในเรื่องของความดัน 


จุดจ่านจู :กดลงไปตรงใต้หัวคิ้ว โดการกดจุดนี้ช่วยให้การทำงานของตับทำงานได้ดีขึ้น และช่วยบรรเทาอาการเมื่อยล้าทางสายตาได้ 


จุดหยิงเซียง :กดลงไปในตำแหน่งที่เว้นระยะมาจากปีกจมูกออกไปทั้งซ้ายและขวาให้ห่างออกไปอย่างละ 1 เซนติเมตร การกดจุดนี้ช่วยบรรเทาอาการจมูกอักเสบ,บรรเทาความเครียดและยังสามารถลดอาการปวดหัวและปวดฟันได้ 


จุดทานจู้:จุดนี้ให้กดลงไประหว่างท้ายทอยตามภาพ จุดนี้ช่วยบรรเทาอาการคัดจมูก เมื่อยล้าตา ปวดหู และช่วยบรรเทาอาการปวดหัวจากไมเกรนได้ 


จุดลวี่กู่ : จุดนี้ให้กดบริเวณด้านบนของหู โดยเว้นระยะมา 1.5 นิ้ว การกดจุดนี้มีส่วนช่วยบรรเทาในเรื่องอาการเมื่อยล้าทางสายตา อาการวิงเวียนหูอื้อ การอาเจียน และโรคกระเพาะได้ 


จุดเหอกู่ :จุดนี้อยู่ที่ด้านหลังของมือ เป็นจุดที่อยู่ตรงกลางระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้ การกดจุดนี้ช่วยบรรเทาอาการปวดหลัง อาการปวดฟัน และลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อที่คอได้ 


ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.liekr.com/post_150409.html

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive