Breaking Share-Si
Loading...

สูตรน้ำแอปเปิ้ล เสริมกระดูก..ถ้าไม่อยากระดูกเสื่อมก่อนวัยอันควร..หามากินด่วน

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


สูตรน้ำแอปเปิ้ล เสริมกระดูก..ถ้าไม่อยากระดูกเสื่อมก่อนวัยอันควร..หามากินด่วน

เสริมสร้างให้กระดูกแข็งแรงและมีกำลัง ด้วยส่วนผสมน้ำผักผลไม้..ตังต่อไปนี้

กระดูกเป็นแร่ธาตุที่แข็งที่สุดในร่างกายเติบโตได้จากเนื้อเยื่อซึ่งประกอบด้วย 2 แร่ธาตุหลักคือคอลลาเจน (โปรตีน) และแคลเซียม (แร่ธาตุ) กระดูกให้ความแข็งแรง ความสมดุล รวมถึงป้องกันอวัยวะภายในและส่งเสริมกล้ามเนื้อ มีกระดูกที่แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับรูปร่างและภาพลักษณ์ให้ดูดี

 กำลังกายที่เพียงพอก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง หากขาดกำลังกายก็จะไม่สามารถทำงานได้ คุณจะรู้สึกเหนื่อยล้าตลอดเวลา อาหารที่ดีคือกุญแจสำคัญสารอาหารอย่าง แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม วิตามินดีและเค เบต้าแคโรทีน และโปรตีนเสริมสร้างกระดูกที่แข็งแรงได้ ดังนั้นเรามีสูตรน้ำผักผลไม้มาแนะนำให้ไปลองทำดังนี้



ส่วนผสม

แอปเปิ้ลเขียว 2 ลูกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
ผักโขมสด 1½ ถ้วย
แตงกวา 1 ลูกหั่นชิ้นเล็ก
น้ำส้มคั้น ½ ถ้วย
รากขิง 1 รากแบบขูดเปลือกออกหั่นชิ้นเล็ก



วิธีทำ
นำแอปเปิ้ลเขียวใส่ในเครื่องปั่นก่อน 1 ครั้ง และใส่ใบผักโขมลงไปปั่นต่อจากนั้นจึงใส่แตงกวาลงไป และใส่รากขิง เมื่อปั่นทุกอย่างเรียบร้อยให้นำออกมาใส่แก้วเติมน้ำส้มลงไปคนให้เข้ากัน จากนั้นใส่น้ำแข็งก้อนเพิ่มความเย็นหากต้องการเท่านี้ก็สามารถมีกระดูกที่แข็งแรงรวมถึงมีพลังงานใช้ชีวิตในแต่ละวันได้เพียงดื่มเป็นประจำ แนะนำควรล้างผักและผลไม้ให้สะอาด และควรเป็นออแกนนิค เพิ่มเติมรสชาติด้วยน้ำมะนาวเล็กน้อย และโรยงาเพิ่มความกรุบกรอบ อีกทั้งควรทำใหม่ทุกครั้งถ้าต้องการดื่มไม่ควรเก็บไว้ 

ที่มา : http://www.top10homeremedies.com/diy-homemade/juice-strengthen-bones-energize-body.html

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive